วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (23 ก.ย.58)

วิตกเศรษฐกิจจีน

คาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ข่าวบวกภายในประเทศต้องเผชิญกับปัจจัยลบในต่างประเทศ ในขณะที่รายละเอียดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับ 6 กลุ่ม อุตสาหกรรมสำคัญ และข่าวการลงทุนเปิดธุรกิจใหม่เป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ แต่ทั่วโลกกำลังจับตารอดูตัวเลข PMI ภาคอุตสาหกรรมของจีนที่จะออกมาวันนี้ คาดตลาดจะถูกกดดันหากตัวเลขนี้ออกมาไม่ดี ถ้าดีตลาดมีโอกาสขยับขึ้น

หุ้นเด่นวันนี้: CENTEL (ราคาปิด 36.50 บาท, ราคาเป้าหมายปี 58AWS 42.00 บาท, Bloomberg 41.56 บาท)

บมจ. โรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวของโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ โดยในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปี 58 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาประเทศไทยเติบโต 31% YoY เป็น 17.5 พันล้านคน แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์วางระเบิดที่ราชประสงค์ในเดือนที่ผ่านมา เรายังคงมีมุมมองบวกต่อธุรกิจโรงแรมของบริษัทในปีนี้ ขณะที่ธุรกิจอาหารอาจเติบโตได้เพียงเล็กน้อยแต่จะมีอัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นจากนโยบายบริหารต้นทุนของบริษัท ในช่วงสองเดือนแรกของไตรมาส 3/58 โรงแรมทั้งหมดของบริษัทมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ ~85% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 71% โดยได้ผลบวกจากการยกเลิกกฎอัยการศึกตั้งแต่ เม.ษ.58 เรายังคงประมาณการเดิมว่าบริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงานในปีนี้เติบโตแข็งแกร่ง 36% YoY และยังเติบโตที่ 9% YoY ต่อเนื่องในปี 59 รูปแบบราคาของ CENTEL ได้เกิดสัญญาณซื้อรายวันและได้ปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายสำคัญที่ 36.50 บาทแล้ว หากวันนี้ราคาหุ้นสามารถปิดตลาดเหนือเป้าหมายสำคัญที่ 36.50 บาท จะส่งผลให้ รูปแบบราคามีความแข็งแกร่งที่จะปรับตัวขึ้นไปต่อเพื่อทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 38.50 บาท และหากสามารถปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือ 38 บาท จะทำให้ Price Pattern ของ CENTEL กลับมาเกิด Weekly Buy Signal อีกครั้ง (แนวต้าน: 36.75, 37.25, 37.50; แนวรับ: 36.25, 36.00, 35.50)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• เว้นภาษีอุตสาหกรรมในคลัสเตอร์ ตามข้อเสนอของบีโอไอเพื่อสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเฉพาะที่จัดเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ทางกายภาพหรือแบ่งตามเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงการแบ่งออกเป็นสองประเภทคือหนึ่งคือจัดกลุ่มเป็นซุปเปอร์คลัสเตอร์ประกอบด้วย 6 อุตสาหกรรมคือ ยานยนต์ การแปรรูปอาหาร ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บริการการแพทย์ ดิจิทัล เครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรคมนาคม ส่วนอีกกลุ่มจะประกอบด้วยคลัสเตอร์ปกติ 2 คลัสเตอร์สำหรับการแปรรูปสินค้าเกษตรและเสื้อผ้าสิ่งทอ อุตสาหกรรมในซุปเปอร์คลัสเตอร์จะได้รับการยกเว้นภาษีเต็มจำนวน 8 ปีและลดภาษีลงครึ่งหนึ่งอีก 5 ปี ส่วนคลัสเตอร์การเกษตรและสิ่งทอจะได้รับการยกเว้นเต็มจำนวนตั้งแต่ 3-5 ปีและลดลงครึ่งหนึ่งอีก 5 ปีบวกกับการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรด้วย (Bangkok Post)

• แคนาดาสนใจร่วมลงทุนโครงการ PPP หลังจาก รมว. กระทรวงพาณิชย์ได้ประชุมร่วมกับฑูตของประเทศแคนาดา ได้กล่าวว่าทางแคนาดามีความสนใจอย่างยิ่งที่จะร่วมลงทุนในโครงการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน โครงการเฉพาะที่อยู่ในประเด็นการพูดคุยได้แก่ การปรับปรุงท่าอากาศยานในจังหวัดเชียงใหม่และขอนแก่น (The Nation)

• เริ่มไม่แน่ประมูล 4G กี่ MHzเริ่มมีความสับสนว่าจะนำแบนด์วิธจำนวนเท่าไหร่มาใช้ประมูลสำหรับคลื่น 1800 MHz ในวันที่ 11 พ.ย. โดย กสทช.กล่าววานนี้ว่า ก.คลัง ได้แจ้งไปยัง ก.ไอซีทีว่า บมจ.กสท.โทรคมไม่ควรต้องโอนแบนด์วิธ 5 MHz ที่ไม่ได้ใช้ซึ่งถือโดย DTAC ให้แก่ กสทช. ขณะที่ กสท.ยืนยันว่าสามารถโอนแบนด์วิธให้แก่ กสทช.ได้ (The Nation)

• รัฐบาลหยุดให้ใบอนุญาตขุดเหมือง เมื่อวันอังคาร นายกประยุทธ์ กล่าวแก่ชาวบ้านผู้ประท้วงต่อต้านแผนขยายการขุดเหมืองทองว่าจะไม่มีการให้ใบอนุญาตเพิ่มเติมและประเด็นดังกล่าวอยู่ในระหว่างพิจารณา (Bangkok Post)

• การลงทุนในธุรกิจของผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มขึ้น ตามข้อมูลของสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ การลงทุนของต่างชาติต่อผู้ประกอบการไทยรายใหม่คาดว่าจะถึง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น, สิงคโปร์, จีน, และเกาหลีใต้ (Bangkok Post)

ต่างประเทศ:

• ประเด็นสำคัญวันนี้คือผลการสำรวจความเห็นจากภาคการผลิตของจีนซึ่งจะประกาศในเวลา 01.45 GMT จากการที่นักลงทุนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกและเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอลง รายงานนี้จะบ่งบอกถึงแนวโน้มของตลาด(Reuters)

• นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนเป็นเหตุให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ร่วงลง ซึ่งฉุดให้ราคาหุ้นร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันอังคารในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงเช่นกัน ส่วนเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสูงสุดใน 2 สัปดาห์เนื่องจากมีนักลงทุนกลับมามีความหวังว่าทางการสหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ (Reuters)

• ความเสี่ยงในการลงทุนกำลังลดลง การเทขายหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์กระตุ้นให้ราคาพันธบัตรสหรัฐและตราสารหนี้อื่นๆ ของรัฐสูงขึ้น เช่นพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ค่า Benchmark ของพันธบัตรอายุ 10 ปีมีราคาเพิ่มขึ้น 22/32 และมีอัตราผลตอบแทนเท่ากับ 2.1337% (Reuters)

• เงินสกุลต่างๆ ที่ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแข็งค่าขึ้น เงินยูโรล่าสุดปิดอ่อนค่าลง 0.49% เทียบกับเงินดอลลาร์ที่ 1.11345 ดอลลาร์ ส่วนเงินดอลลาร์ปิดอ่อนค่าลง 0.43% เทียบกับเงินเยนที่ 120.055 เยน ดัชนีเงินดอลลาร์ปิดเพิ่มขึ้น 0.37% ที่ 96.250 จุด ซึ่งเกือบแตะระดับสูงสุดใน 2 สัปดาห์ (Reuters)

สหรัฐ:

• หุ้นในตลาดวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงเมื่อวันอังคาร จากการเทขายในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ได้ฉุดราคาผู้ผลิตวัตถุดิบและหุ้นบริษัท Volkswagen ร่วงลงจากการสั่งเรียกคืนรถยนต์ ส่วนความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีนฉุดให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่ำสุดใน 2 สัปดาห์จากราคาทองแดงและโลหะต่าง ๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมล้วนแต่ขาดทุน (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปโดนต่อยจากการเทขายสินค้าโภคภัณฑ์ และจากราคาหุ้นบริษัท Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปที่ดิ่งลง ดัชนี pan-European FTSEEurofirst 300 stocks ปิดลดลง 3.3% (Reuters)

• นายกซีปราสจะสนับสนุนแผนขอรับความช่วยเหลือ นายกกรีซ นายอเล็กซิส ซีปราส แต่งตั้งผู้แทนเจรจา 2 รายซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือสำหรับแผนดังกล่าวเป็นผู้นำในทีมเศรษฐกิจเมื่อวันอังคาร เป็นการเคลื่อนไหวที่ทำให้เจ้าหนี้มั่นใจว่ารัฐบาลใหม่จะไม่กลับคำเกี่ยวกับข้อตกลงเกี่ยวกับการขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน (Reuters)

เอเชีย:

• ประธานาธิบดี ซิ จินปิง เดินทางถึงซีแอตเติล เมื่อวันอังคาร เริ่มหมายกำหนดการเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งมีหมายกำหนดการพบปะกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำธุรกิจสหรัฐ และปิดท้ายด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ที่สหประชาชาติ ในวันที่ 28 ก.ย. นี้ รัฐบาลสหรัฐและบรรดาผู้นำธุรกิจสหรัฐจะใช้เวลาในการบรรลุข้อตกลงต่างๆ และขณะเดียวกันปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีน ประเด็นปัญหาที่จะมีการเรียกร้องให้ทางการจีนจัดการ น่าจะรวมไปถึงข้อกล่าวหา เรื่องการเจาะระบบคอมพิวเตอร์ และการละเมิดลิขสิทธิ์ ตลอดจนการ แทรกแซงอินเตอร์เนต และข้อขัดแย้งหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ (Reuters)

• ตลาดการเงินญี่ปุ่นยังปิดทำการในวันนี้ จะเปิดใหม่พรุ่งนี้

สินค้าโภคภัณฑ์:

• Brent ปรับขึ้นในขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐปรับลง 2%แต่ขึ้นมาจากจุดต่ำสุดหลังท่อส่งบางส่วนขาดตอนและการเก็งว่าตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐที่ลดลงจะช่วยหักล้างการตื่นตระหนกจากตลาดหุ้นวอลสตรีทที่อ่อนแอ Brent เดือนใกล้ (พ.ย.) ปรับขึ้น 16 เซนต์หรือ 0.3% ปิดที่ 49.08 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบสหรัฐเดือน ต.ค. ปรับลง 85 เซนต์หรือ 1.8% ปิดที่ 45.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลก่อนที่จะครบอายุ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเดือน พ.ย. ปรับลดลง 60 เซนต์เหลือ 46.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ทองร่วง 1% วันอังคารจากการกลับมาคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษขณะที่ความอ่อนแอในสินค้าโภคภัณฑ์อื่นก็ดึงตลาดลง ทองตลาดจรปรับลง 0.9% สู่ 1,123.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบ ธ.ค. ปิดลง 9.80 ดอลลาร์เหลือ 1,123 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)