มีโอกาสฟื้นตัวสั้นบริเวณ 1370 จุด
SET View
- แนวโน้ม วานนี้ SET ปรับตัวแรงหลังขึ้นไปใกล้แนวต้าน 1400 จุด ด้วยแรงขายหลักที่มาจากบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ 944 ล้านบาท หลังจากในช่วง 16-21 ก.ย. นักลงทุนกลุ่มนี้เป็นผู้ซื้อสุทธิหลักในตลาดหุ้นไทยรวมกว่า 3.9 พันล้านบาท
Sentiment ลบจากการปรับฐานของตลาดหุ้นต่างประเทศทั้งเยอรมัน -3.8%, ฝรั่งเศส -3.4%, S&P500 -1.2%, ดาวโจนส์ -1.1% จะกดดันให้ SET พักฐานต่อในวันนี้ แนวรับแรก 1370 จุด ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน หากรับอยู่มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้นในระหว่างวันได้
เราเชื่อว่า ช่วงนี้นักลงทุนอยู่ในระหว่างปรับพอร์ตการลงทุน หลัง Fed มีมติคงดอกเบี้ยเมื่อ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ด้วยการโยกเม็ดเงินกลับสู่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สะท้อนจากอัตราผลตอบแทน (Yield) พันธบัตรอายุ 10 ปี พบว่า ล่าสุดลดลงเหลือ 2.13% จากระดับ 2.3% ก่อนรู้ผลการประชุม Fed เช่นเดียวกับ Yield ของพันธบัตรอายุ 2 ปีลดลงจาก 0.81% เหลือ 0.67% ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลก น่าจะมีทิศทาง sideway ในช่วงนี้
ประเด็นข่าว / ดัชนีเศรษฐกิจ
• ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาให้ความเห็นกรณีเงินกู้ของ SSI ว่าหากกลายเป็น NPL จริง จะทำให้ยอด NPL โดยรวมของระบบธนาคารพาณิชย์ในไทยเพิ่งขึ้นเพียงเล็กน้อยจากระดับ 2.86% ในเดือน ก.ค. นอกจากนี้ กลุ่มธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้มีการกันสำรองไว้แล้ว จึงเพียงพอรับภาระหนี้ดังกล่าว
• วันนี้ หุ้น IPO คือ KOOL เริ่มซื้อขายวันแรกในกลุ่มบริการ ในตลาด mai ราคา IPO 1.80 บาท ราคาพาร์ 0.25 บาท
กลยุทธ์การลงทุน : รอซื้อเพื่อเก็งกำไรสั้นบริเวณ 1370 จุด คาดหวังการฟื้นตัวระยะสั้นของ SET
- Top Daily Pick : SVI (มูลค่าเหมาะสม 5.30 บาท) ได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินบาท (วานนี้ อ่อนค่าอย่างรวดเร็วกว่า 0.67% มาอยู่ที่ 36.06 บาท/เหรียญฯ) โดยเงินบาทที่อ่อนค่า 1 บาท/เหรียญฯ หนุนกำไรสุทธิ SVI ให้เพิ่มขึ้นราว 2.2%, ไตรมาส 3 ของทุกปีเป็น High season ของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และ SAMTEL (มูลค่าเหมาะสม 23 บาท) คาดแนวโน้มกำไรฟื้นตัวอย่างมีนัยใน 2H58 จากงานในมือและการประมูลงานใหม่ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีงบประมาณ (สิ้นสุดเดือน ก.ย.) คาดภาครัฐจะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ
- Technical Pick : CK NWR APURE EPCO MINT (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
- Theme Plays : หุ้นท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเริ่มคลี่คลาย (MINT, ERW)/ ซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วม (GLOBAL, HMPRO)
Strategy Talk
- กลุ่มโรงกลั่น : ค่าการกลั่นเริ่มฟื้นตัว แต่มีปัจจัยลบจากผลประกอบการ 3Q58 เข้ามากดดัน
ค่าการกลั่นในตลาดสิงคโปร์เฉลี่ยในเดือน ก.ย.58 เท่ากับ 7.3 เหรียญฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นแรงถึง 29% จากเดือนก่อนหน้า นักวิเคราะห์กลุ่มพลังงานของเรา ประเมิน สาเหตุมาจาก
1) ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง เป็นบวกต่อต้นทุนผลิตของกลุ่มโรงกลั่น
2) ปัจจัยฤดูกาล ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้น เพื่อใช้ทำความร้อนในช่วงฤดูหนาวปลายปี
อย่างไรก็ดี ค่าการกลั่นสิงคโปร์เฉลี่ยในตั้งแต่ต้น 3Q58 จนถึงปัจจุบัน เท่ากับ 6.17 เหรียญฯ/บาร์เรล ลดลง 23% จากไตรมาสก่อน เพราะในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ยังเป็น Low season ของการใช้น้ำมัน
แม้ค่าการกลั่นฟื้นตัวได้ดี แต่เรากังวลว่า ราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นมีโอกาสตอบสนองเชิงลบต่อแนวโน้มผลประกอบการ 3Q58 ที่คาดว่า จะอ่อนแอมาก เพราะ (1) ค่าการกลั่นพื้นฐานปรับตัวลดลงตามค่าการกลั่นในตลาดสิงคโปร์ (2) การขาดทุนจากสต๊อคน้ำมัน (Stock loss) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงอย่างมาก (3) การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (Fx loss) เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าเทียบดอลล่าร์สหรัฐฯ
จังหวะการลงทุนที่เหมาะสม เรามองว่า น่าจะเป็นช่วงหลังจากนักวิเคราะห์จัดทำประมาณการกำไร 3Q58 (Earnings preview) เสร็จสิ้น (ราวปลายเดือน ต.ค.) ซึ่งราคาหุ้นน่าจะสะท้อนปัจจัยลบจากผลประกอบการ 3Q58 ไปพอสมควรแล้ว และน่าจะเริ่มซึมซับปัจจัยบวกจากแนวโน้มการฟื้นตัวของค่าการกลั่นตามปัจจัยฤดูกาลในช่วงปลายปี
ดัชนีเศรษฐกิจที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้
23 ก.ย. ดัชนี PMI เบื้องต้นของจีน, ยูโรโซน, สหรัฐฯ; สต๊อคน้ำมันของสหรัฐฯรายสัปดาห์
24 ก.ย. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ
25 ก.ย. เงินเฟ้อ (CPI) ญี่ปุ่น, GDP 2Q58 ของสหรัฐฯ (ประกาศรอบสาม), ธปท. ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทย








