วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อนันตพร'แก้สัญญาโซลาร์ฟาร์มแลก ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย183ล.

"อนันตพร"ทิ้งทวนคตร.ก่อนนั่งเก้าอี้รมว.พลังงาน ไฟเขียวบ. ดี แอนด์ เจ คลีน เอนเนอร์ยี่ฯ แก้สัญญาโซลาร์ ฟาร์ม แลกไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย183ล้าน

รายงานข่าวจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคตร. ในขณะนั้นได้ทำหนังสือถึงพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะต้นสังกัดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ให้พิจารณายกเลิกหนังสือบอกเลิกสัญญาที่มีกับบริษัท ดี แอนด์ เจ คลีน เอนเนอร์ยี่ ซิสเท็ม จำกัด ทั้ง 122 สัญญา และอนุญาตให้บริษัท ดี แอนด์ เจ คลีนฯ เปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า และให้ขยายเวลาการส่งมอบออกไปอีก 45 เดือน ทั้ง 122 สัญญา

และอนุญาตให้ย้ายที่ตั้งโรงงานที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้หากพื้นที่ก่อสร้างอยู่ในเขตน้ำท่วม หรือไม่มีสายส่งรองรับ หรือมีประกาศผังเมืองทำให้ไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้ เพื่อแลกกับการที่บริษัท ดี แอนด์ เจ คลีนฯไม่ติดใจบังคับคดีให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 183 ล้านบาท 

สำหรับเรื่องนี้เกิดขึ้นมาจากบริษัท ดี แอนด์ เจ คลีนฯ ได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์ ฟาร์ม กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต่อมาทางบริษัทฯ ได้ขอเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีจาก Solar Dish Stirling เป็นSolar Cell แต่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญาตามมติคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ครั้งที่ 1/2554 ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีได้

ต่อมาทางบริษัท ดี แอนด์ เจ คลีนฯ ทำเรื่องฟ้องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่อคณะอนุญาโตตุลาการ และทำหนังสือร้องเรียนมายังคตร. ซึ่งภายหลังคณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดว่า การเปลี่ยนอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ใช่สาระสำคัญของสัญญา และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทฯ จำนวน 183 ล้านบาท

"เมื่อคณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดมาแล้ว แต่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยังเพิกเฉย ทางคตร.จึงทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยในฐานะต้นสังกัดให้เร่งดำเนินการตามที่บริษัทเอกชนร้องเรียนมา เพื่อแลกกับการที่เอกชนจะไม่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย"

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กกพ.ได้ส่งเรื่องนี้ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปดำเนินการตรวจสอบ และรีบรายงานกลับมาที่ กกพ.โดยเร็ว อย่างไรก็ตาม การที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวนมาก ทำให้ค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที ไม่สามารถลดลงได้มากนัก

เนื่องจากราคาค่าไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สูงถึง 5.66 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าเอฟที งวดที่ผ่านมาลดลงได้เพียง 1.05 สตางค์ต่อหน่วยเท่านั้น หากกระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ ประชาชนก็ต้องทำใจยอมรับค่าไฟฟ้าที่ต้องเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต