ครม. เผย กระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวในสต๊อกแล้ว 4.3 ล้านตัน จาก18.7 ล้านตัน พร้อมอนุมัติงบ 385 ลบ. ชดเชยให้ผู้ค้าข้าว
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ในวันนี้นายกรัฐมนตรีได้ สั่งการในเรื่องของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยอยากให้ทุกคนอย่าเพ่งเล็งถึงผลลัพธ์สุดท้ายจากการแก้ไขปัญหา แต่อยากให้คำนึงถึงว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้เกิดความสามัคคีปรองดอง และแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ซ้ำรอย
"อย่าเพ่งเล็งว่าจะผ่านหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเดินหน้าประเทศต่อไปได้ จะคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถ อย่างดีที่สุด เข้าใจเจตนารมณ์ทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มการเมือง กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วย ข้าราชการ ภาคเกษตร เมื่อระยะเวลายังมี ขีดเส้นใต้ 5 ตุลาคม ยังมีเวลา จะไปพิจารณาอยางรอบคอบ และหารือกับคสช.อีกครั้งหนึ่ง ยืนยันว่า จะใช้ดุลพินิจอย่งดีที่สุด"พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
ขณะที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ได้ชี้แจงการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลในปัจจุบันว่า ปัจจุบันมีการระบายข้าวได้แล้ว 4.3 ล้านตัน จาก 18.7 ล้านตัน โดยระยะเวลาในการดำเนินการเรื่องข้าวมาทั้งสิ้น 427 วัน มีข้าวในสต๊อกทั้งสิ้น 18.7 ล้านตัน ซึ่งมีคณะกรรมการคอยทำหน้าที่ในการตรวจสอบ
สำหรับในสต๊อกข้าวของรัฐบาลนั้นมีข้าวดี และข้าวเสียปนกัน โดยข้าวในสต๊อกประกอบด้วยข้างคุณภาพดี หรือ ข้าวเกรด E ข้าวหย่อนต่ำมาตรฐานแบ่งเป็น เกรด A ที่ตลาดยอมรับและสามารถขายได้ราคา ข้าวเกรดบี ที่เกรดต่ำลงมา หรือ เกรด B แต่ตลาดยังพอรับได้ สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภค ส่วนเกรด C ต่ำกว่ามาตรฐาน และข้าวเสียไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาตรวจแล้ว 2 โกดัง พบว่า ต้องใช้ระยะเวลาการดำเนินการค่อนข้างนาน
"ทดสอบ 2 โกดัง ซึ่งต้องใช้เวลานานมากในการแยกข้าวดีและข้าวเสีย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานมาก แต่อย่างไรก็ตาม ขอใช้เวลา 1 เดือน หรือ ภายในเดือนตุลาคม และจะใช้เวลาให้น้อยที่สุดที่ขีดความสามารถที่จะทำได้ ในการสำรวจทั้งหมด และจะนำเข้าหารือในคณะกรรมการนโยบายข้าว และแจ้งให้ครม.ทราบ ว่าจะระบายข้าวได้อย่างไร และยืนยันว่าจะไม่นำข้าวเสียมาปนข้าวดี"
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.ได้อนุมัติวงเงินที่เหลือจากการชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวในปีการผลิตข้าว 57/58 วงเงิน 385 ล้านบาท จาก 810 ล้านบาท เพื่อชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อกในปีการผลิต 58/59






