กสทช.ผ่านกฎเรียงช่อง - รัฐบาลห้ามหน่วยงานรัฐใช้งบโฆษณา
ประเด็น
- เมื่อวานนี้ทาง กสทช. ประชุม กสทช. มีมติ 6 ต่อ 4 เห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ ที่ต้องนำช่องรายการทีวีดิจิตอลทั้ง 36 ช่องเรียงไว้ในลำดับที่ 1 ถึง 36 ในช่องทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี โดยมีผลบังคับใช้ภายหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 60 วัน แต่ขอให้นำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะอีกครั้ง
- จากกรณีข่าวที่รัฐบาลจะออกกฎหมายห้ามหน่วยงานของภาครัฐใช้งบในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในช่วงปลายเดือน ก.ย. 58 นี้เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐบาลใช้งบประมาณโฆษณาประชาสัมพันธ์สูงถึงปีละประมาณ 8 พันล้านบาท แต่เป็นการใช้งบที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผู้ประกอบการในกลุ่มสื่อที่เกี่ยวข้องหลายบริษัทได้ออกมาชี้แจงว่าไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัย
ที่มา : อีไฟแนนซ์ไทย
ผลกระทบ / ความเห็น
- กรณีที่กสทช. มีมติเห็นชอบผ่านกฎการเรียงช่องใหม่ ซึ่งหมายความว่า หมายเลขช่อง 1 ถึง 36 จะออกอากาศตรงกันทุกแพลตฟอร์ม จะมีผลบังคับหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ยังคงต้องรอฟังความคิดเห็นสาธารณะ หากผ่านและนำมาใช้จริงต้องรอดูรูปแบบการจัดเรียงช่อง ซึ่งเบื้องต้นเรามองว่าจะกระทบต่อผู้ประกอบการเพียงบางรายที่เคยได้ประโยชน์จากการจัดเรียงช่องอยู่อันดับแรกๆจากการทำข้อตกลงกับผู้ประกอบการดาวเทียมและเคเบิ้ล ซึ่งผลกระทบจะเป็นเช่นเดียวกับการนำช่องออกจากหมายเลขช่อง 1 - 10 ที่เราให้ความเห็นไปก่อนหน้านี้ โดยมองว่า WORK และ RS น่าจะได้รับผลกระทบมากสุด เนื่องจากที่ผ่านมาได้ผลบวกจากการเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมให้ออกอากาศในช่อง 1 และ 8 ตามลำดับ แม้ทั้ง 2 บริษัทแจ้งว่าการคิดค่าโฆษณาอิงกับช่องที่ออกอากาศระบบทีวีดิจิทัลซึ่งไม่กระทบรายได้ แต่หากต้องเอาช่องออกจากหมายเลข 1 - 10 ก็จะเสียประโยชน์ดังกล่าวไป ซึ่งเรามองว่าจะมีผลต่อจำนวนฐานผู้ชมและเรทติ้งเล็กน้อย
- ประเด็นการห้ามรัฐใช้งบประชาสัมพันธ์ตามที่เราสอบถามไปยังบริษัท และที่บริษัททยอยชี้แจงส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่าไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัย โดย MCOT แจ้งว่าประเด็นดังกล่าวน่าจะเป็นงบประชาสัมพันธ์หน่วยงานรัฐน่าจะเป็นคนละส่วนกับงบจัดงานหรือโฆษณาที่บริษัทได้ โดยเอเจนซีน่าจะเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นแม้จะมีรายได้ที่เกี่ยวกับภาครัฐ 20 - 25% จึงไม่กระทบ ส่วน VGI และ PLANB แจ้งว่ามีสัดส่วนรายได้เกี่ยวกับภาครัฐเพียง 0.5% และ 1.3% จึงไม่มีผลกระทบ
คำแนะนำ / เหตุผล
- คงน้ำหนักของกลุ่ม “คำแนะนำ / เหตุผล
- คงน้ำหนักของกลุ่ม “เท่าตลาด” ระยะสั้นผลประกอบการของกลุ่มยังถูกกดดันจากกลุ่มทีวีดิจิทัลที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่เราคาดว่าในปีนี้น่าจะเป็นจุดต่ำสุด และผลประกอบการจะฟื้นตัวในปีหน้า เราแนะนำ “ซื้อ” PLANB (มูลค่าพื้นฐาน 7.15 บาท) ซึ่งเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่ม และ WORK (มูลค่าพื้นฐาน 47 บาท) ซึ่งคาดว่า 2 บริษัทจะมีผลประกอบการเติบโตดีกว่ากลุ่ม โดย PLANB คาดปีนี้ เติบโตโดดเด่น 55% YoY จากการเติบโตของธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านและปีหน้าเติบโตต่อเนื่องหลังขยายธุรกิจสื่อโฆษณาในสนามบินและประเด็นบวกจากการเข้าซื้อกิจการที่คาดว่าจะมีความคืบหน้าในปลายปีนี้ ส่วน WORK คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะพลิกกลับมาเติบโตโดดเด่นในปีนี้ โดยคาดการเติบโตของ EPS ที่ 535% เทียบปีก่อน
” ระยะสั้นผลประกอบการของกลุ่มยังถูกกดดันจากกลุ่มทีวีดิจิทัลที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่เราคาดว่าในปีนี้น่าจะเป็นจุดต่ำสุด และผลประกอบการจะฟื้นตัวในปีหน้า เราแนะนำ “ซื้อ” PLANB (มูลค่าพื้นฐาน 7.15 บาท) ซึ่งเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่ม และ WORK (มูลค่าพื้นฐาน 47 บาท) ซึ่งคาดว่า 2 บริษัทจะมีผลประกอบการเติบโตดีกว่ากลุ่ม โดย PLANB คาดปีนี้ เติบโตโดดเด่น 55% YoY จากการเติบโตของธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านและปีหน้าเติบโตต่อเนื่องหลังขยายธุรกิจสื่อโฆษณาในสนามบินและประเด็นบวกจากการเข้าซื้อกิจการที่คาดว่าจะมีความคืบหน้าในปลายปีนี้ ส่วน WORK คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะพลิกกลับมาเติบโตโดดเด่นในปีนี้ โดยคาดการเติบโตของ EPS ที่ 535% เทียบปีก่อน







