วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK - ซื้อ

1H15 กำไรสุทธิโต 208%YoY จากการขายเงินลงทุนแต่กำไร 2H15 ชะลอตัว

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- รายงานกำไรสุทธิ 1H15 เติบโตสูงมากจากปีก่อนจากการขายเงินลงทุน : CK แจ้งกำไรสุทธิ 1H15 ที่ 2,091ล้านบาทเพิ่มขึ้น 208%YoY โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมาจาก 2 ปัจจัยคือ 1) การขายเงินลงทุนในบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัดให้แก่บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) บันทึกกำไร 1,657 ล้านบาท และบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนอีก 315 ล้านบาท ซึ่งใน 1H14 ไม่มีการจำหน่ายเงินลงทุน 2) ค่าใช้จ่ายในการขายบริหารลดลง 0.13% YoY เมื่อเทียบกับรายได้จากการก่อสร้าง เพราะ CK ได้เปลี่ยนเครื่องจักรใหม่เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 1.53 % สู่ 8.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีเนื่องจากเป็นช่วงปลายโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ปรับตัวขึ้น 30 ล้านบาทหรือคิดเป็น 4.04%YoY จากเงินกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้น

- 2H15 คาดกำไรปกติจะทรงตัวแต่กำไรสุทธิจะลดลงเพราะไม่มีกำไรพิเศษ : คาดกำไรปกติใน 2H15 จะยังทรงตัวใกล้เคียงกับ 1H15 ตามการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่อาทิ โครงการเขื่อนไชยะบุรี โครงการทางด่วนศรีรัชซึ่งอยู่ในช่วงกลางของงานก่อสร้างทำให้กำไรขั้นต้นมีแนวโน้มทรงตัว อย่างไรก็ตามในส่วนของกำไรสุทธิคาดว่าจะอ่อนตัวลง เพราะเราคาดว่าใน 2H15 จะไม่มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนมากเท่ากับช่วงครึ่งปีแรก

- ปลายปี 2015 ถึงปี 2016 เป็นปีทองของงานก่อสร้างรถไฟฟ้ามูลค่า 3 แสนล้านบาท : หลังจากมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีคมนาคมได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เร่งเปิดประมูลโครงการรถไฟทางคู่ 6 เส้นทาง วงเงิน 8.6 หมื่นล้านบาทให้ได้ภายในปีนี้ ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มมูลค่า 9 หมื่นล้านบาทกำลังรอส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ภายในปีนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับปี 2016 คาดว่าจะมีการเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู สายสีเหลือง สายสีฟ้า และสายสีม่วงส่วนต่อขยาย(เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ)มูลค่าโครงการรวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งหาก CK ได้งานประมูล 20-25% ตามที่ผู้บริหารคาดจะส่งผลให้มีงานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 6.3 หมื่นล้านบาท (ณ ปัจจุบันมี Backlog 8 หมื่นล้านบาทเพียงพอต่อการรับรู้รายได้ไปอย่างน้อย 2-3 ปี)

- แนะนำ “ซื้อ” โดยใช้ราคาเป้าหมายปี 59 ที่ 31.54 บาท : ฝ่ายวิจัยคาดว่าปี 2015 CK จะมีกำไรราว 2,781 ล้านบาท ซึ่งกำไร 1H15 คิดเป็น 75% ของประมาณการ แต่ทางเรามองว่าในช่วงครึ่งปีหลังกำไรสุทธิจะอ่อนตัวลงเนื่องจากไม่มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน แต่แนวโน้มปี 2016 ยังสดใสจากงานประมูลภาครัฐมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาทเป็นผลเชิงบวกต่อหุ้น CK ทางฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมของ CK ด้วยวิธี SOTP (ใช้ราคา Consensus เฉลี่ย BECL BMCL TTW และ CKP) จะได้ราคาเหมาะสมที่ 31.54 บาทสำหรับปี 59 ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงแนะนำ “ซื้อ”