วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวในกรอบแคบ

เริ่มสะสมหุ้นที่เป็น laggard เมื่อดัชนีย่อลงระหว่างวัน เน้นกลุ่มปันผลสูง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งตัวในกรอบแคบ

เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้จะแกว่งตัวในกรอบแคบอีกวัน จากการรอผลการประชุมอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐที่จะมีขึ้นในวันที่ 16-17 ก.ย. 2558 ซึ่งจะบ่งชี้ถึงทิศทางการเก็งกำไรของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันที่ 16 ก.ย. 2558 คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% จึงไม่มีผลกระทบต่อตลาดนัก การเก็งกำไรหุ้นในวันนี้แนะนำหุ้นที่มีข่าวดีเป็นรายตัว

แนวรับ/แนวต้าน : 1365/1390 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

กลยุทธ์ : เริ่มสะสมหุ้นที่เป็น laggard เมื่อดัชนีย่อลงระหว่างวัน เน้นกลุ่มปันผลสูง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐหรือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทยอยขายบ้างเมื่อเข้าใกล้ 1400 จุด


นักลงทุนระยะสั้น : KCE (66), AP (6.70)

KCE (66) ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง นอกจากนี้อุตสาหกรรม electronics ในรถยนต์กำลังเติบโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรมอื่นในกลุ่มนี้ โดย KCE มีรายได้ 70% มาจากธุรกิจชิ้นส่วน electronics ในรถยนต์ ราคาเป้าหมายที่ 66 บาท ให้ upside มากกว่า 20% จากราคาปัจจุบัน

AP (6.70) เราคาดกำไรปีหน้าจะโต 10% ซึ่งดีที่สุดในกลุ่ม นอกจากนี้ค่า PE ที่ 6x ในปัจจุบันต่ำกว่าคู่แข่ง ทั้ง SPALI, LPN, LH, PS และ QH บวกกับปันผลที่สูงอันดับต้นๆในกลุ่มก็ถือว่าพื้นฐานแข็งแกร่งแข็งแกร่ง เก็บเข้าพอร์ตได้อย่างอุ่นใจ

นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), TVO(33.75), CK (32.00)

ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%

TVO (33.75) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ รายงานงบ Q2 ออกมาดีบวกกับ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ

CK (32.00) ยอดขายและกำไรสุทธิของ CK จะมีปัจจัยเสริมจากความพิเศษเฉพาะของบริษัท ในฐานะที่เป็น holding company ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโครงการ Mega project ของประเทศ แม้ผลประกอบการในช่วง 1H58 จะอ่อนแอ แต่เราคาดว่าผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วง 2H58 เป็นต้นไปและคาดกำไรสุทธิในปีหน้าจะเติบโตขึ้นอย่างมาก จากการปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัทในปีนี้



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ บีโอไอเตรียมเสนอ ครม.หนุนการลงทุน เพิ่มยกเว้นภาษีเป็น 13 ปีจากเดิม 8 ปี พร้อมลดหย่อนเพิ่มเป็น 90% ใน 5 ปี หลังจากนั้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย คลังเล็งตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ลงทุนเมกะโปรเจค ขณะคมนาคมเร่งปรับกรอบเวลาโครงการ ประกวดราคาเสร็จหมดในปี 2559-60 เปิดทางเอกชนร่วมทุน

+ "กอบกาญจน์"เร่งฟื้นท่องเที่ยวไฮซีซัน ปลุกความมั่นใจตลาดหลัก "จีน-อ่องกง" หลังฟุบหนัก ทาบ 2 ดาราดังฮ่องกงเยือนไทย ดัน "โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์" ทูตการท่องเที่ยวกีฬา ลุยอีเวนท์ใหญ่ คู่ขนานสร้างภาพลักษณ์ เสริมทัพท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

+ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2558 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ช่วงหนึ่งว่า รัฐบาลจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด 18 โครงการ กรอบวงเงิน 1.76 ล้านล้านบาท ให้เกิดขึ้นภายในรัฐบาลนี้ และยืนยันว่าจะไม่ให้หนี้สาธารณะสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ย้ำรถไฟความเร็วปานกลางเจรจาจีนจบภายในปีนี้

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,370.96 จุด ลดลง 62.13 จุด หรือ -0.38%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (14 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวลง 33.17 จุด หรือ 0.54% ที่ 6,084.59 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (14 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนไม่มั่นใจว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปในการประชุมครั้งนี้

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 298.52 จุด หรือ 1.63% แตะที่ 17,965.70 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงอย่างหนักในวันนี้ หลังจากจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการปรับตัวในทิศทางแตกต่างกันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นจีนร่วงลงอย่างหนักในระหว่างวันยังสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นโตเกียวด้วย

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ต.ค.ลดลง 63 เซนต์ ปิดที่ 44 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (14 ก.ย.) เพราะได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของตลาดหุ้นทั่วโลก อันเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)