วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus (14 ก.ย.58)

เริ่มมีสัญญาณเตือน แต่อย่าตื่นตระหนก

SET View

- แนวโน้ม เรามองว่าระดับแนวต้านบริเวณ 1400 จุดยังคงทำงานอย่างแข็งขัน โดยเมื่อวันศุกร์ SET ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 1403 จุด แต่ยืนไม่อยู่ จนถอยมาปิดที่ 1381.72 จุด เราเชื่อว่า แรงขายเกิดจาก 2 เหตุผล คือ 1) ทำกำไรหลังจาก SET ปรับตัวขึ้นมาจากระดับ 1300 จุดภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ และ 2) ลดความเสี่ยงของพอร์ตเมื่อใกล้การประชุม Fed 16-17 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ ผู้ขายสุทธิหลักเมื่อวันศุกร์ คือ บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งปกติมักเก็งกำไรเข้า-ออกอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว

เรามอง SET มีโอกาสฟื้นตัวเล็กน้อยวันนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหว 1375-1390 จุด จุดสำคัญคือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน (ล่าสุดอยู่ที่ 1380 จุด) หาก SET รับอยู่ ภาพการฟื้นตัวยังไม่เสียทรง แต่หากหลุด คาด SET จะกลับมาแกว่งตัวสร้างฐานบริเวณ 1355-1360 จุด

ประเด็นข่าว / ดัชนีเศรษฐกิจ

• ผลการประชุมโครงการรถไฟทางคู่ MOU ระหว่างไทย-จีน ออกมาค่อนข้างเป็นลบต่อ Sentiment กลุ่มรับหมาฯ เพราะมีบางเส้นทางไม่สามารถเริ่มก่อสร้างได้ตามกำหนดเดิมคือ 23 ต.ค.เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ทั้งการประเมินมูลค่าโครงการ, รายรับ-รายจ่าย, สัดส่วนการลงทุน, อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยการประชุมครั้งถัดไปจะมีขึ้นในวันที่ 27-28 ต.ค.นี้

• บริษัทที่เข้าร่วมกิจกรรม Opportunity Day วันนี้ ได้แก่ SIS, TASCO, ANAN, PT, SYNEX

กลยุทธ์การลงทุน : หาก SET เคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน (บริเวณ 1380 จุด) แนะนำให้ขายหุ้นบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยงก่อน แต่หากยืนอยู่ได้ แนะนำถือหุ้นต่อ

- Top Daily Pick : PLANB (มูลค่าเหมาะสม 7.15 บาท) คาดผลประกอบการ 2H58 เติบโตสูง 58%YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อนเนื่องจากปัญหาการเมือง, มี Upside จากโอกาสในการลงทุนต่างประเทศในอนาคต เช่น มาเลเซียและอินโดนีเซีย (ยังไม่ได้รวมในประมาณการ), ซื้อขายที่ PEG 0.9 เท่าต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง VGI และ MACO ที่ราว 1.2-1.3 เท่า และ MC (มูลค่าเหมาะสม 15.70 บาท) ได้รับประโยชน์เชิง Sentiment จากนโยบายกองทุนหมู่บ้าน เนื่องจากมีจำนวนสาขาในต่างจังหวัดคิดเป็น 70% ของจำนวนสาขารวมทั้งหมด, ซื้อขายที่ P/E ratio ต่ำเพียง 13.2 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกที่ 25 เท่า

- Technical Pick : UREKA TSTH MONO AJD TRUE (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

- Theme Plays : หุ้นที่ได้รับผลบวกจากนโยบายกองทุนหมู่บ้าน (เริ่มปล่อยเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 14 ก.ย.นี้) (GL, GCAP, TK, THANI, S11, GLOBAL, MC, DRT, DCC) /หุ้นท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเริ่มคลี่คลาย (MINT, ERW) / หุ้นที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจด้วยการซื้อผ่าน NVDR มากสุดในสัปดาห์นี้ (SCC, BBL, SPALI, TOP, PTTEP, INTUCH, BH)

Strategy Talk

- กลุ่มค้าปลีกต้องใช้เวลากว่าจะฟื้นตัว

ฝ่ายวิจัยภัทร ปรับลดประมาณการกำไรหุ้นกลุ่มค้าปลีกในปี 2558-2559 ลงราว 1-7% จากการปรับลดสมมุติฐานอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same store sales growth หรือ SSSG) และจำนวนสาขาใหม่ เพื่อสะท้อนการบริโภคที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดและผลกระทบของเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเพียง GLOBAL เท่านั้นที่ทางฝ่ายวิจัยภัทร ปรับเพิ่มประมาณการกำไร สะท้อนแนวโน้มการทำกำไรที่ดีขึ้น

• มูลค่าเหมาะสมมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

BIGC      จาก 249 บาท เหลือ 242 บาท

CPALL     จาก 55.50 บาท เหลือ 55 บาท

GLOBAL   จาก 9.9 บาท เป็น 10.5 บาท*** (เป็นตัวเดียวที่ถูกปรับขึ้น)

HMPRO    จาก 7.97 บาท เหลือ 7.4 บาท

ROBINS   จาก 48 บาท เหลือ 44 บาท

• Valuation ค่อนข้างตึงตัว ปัจจุบันหุ้นกลุ่มนี้ ซื้อขายที่ P/E ratio 25 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 7 ปีย้อนหลังที่ 20 เท่า ฝ่ายวิจัยภัทรมองว่า ตลาดอาจจะมีความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ครม.ชุดใหม่มากเกินไป ในขณะที่ดัชนีชี้นำด้านการบริโภค อย่างรายได้ภาคการเกษตรยังคงอ่อนแอ และหนี้ภาคครัวยังอยู่ในระดับสูง

• ส่งผลให้แนวโน้มผลประกอบการ 3Q58 คาดว่า ใกล้เคียงหรืออ่อนแอกว่าใน 2Q58 โดยบริษัทในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ จะรายงาน SSSG ติดลบหรือไม่เติบโตจากปีก่อน ยกเว้นเพียง CPALL (คาด +3 ถึง +4%),

• ฝ่ายวิจัยภัทร ชอบหุ้นค้าปลีกที่ขายสินค้าจำเป็น (Consumer staples) โดยแนะนำซื้อ CPALL และ BIGC

ดัชนีเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้

15 ก.ย. ประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ

16 ก.ย. ประชุม กนง., เงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐฯ

17 ก.ย. ประชุม Fed