ธนาคารกสิกรไทย ประเมิน ค่าเงินบาทสิ้นปีนี้แตะ 36.75 บาท/ดอลลาร์ ส่วนปีหน้าแตะ 38 บาท/ดอลลาร์ มั่นใจเฟดขึ้นดอกเบี้ย 16-17 ก.ย. นี้
นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารคาดว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าไปจนถึงปีหน้า โดยปีนี้มองค่าเงินบาทอยู่ที่ 36.75 บาทต่อดอลลาร์ และปี 2559 ที่ 38 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีสาเหตุจาก ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ในการประชุมวันที่ 16-17 กันยายนนี้ และมองว่าจะขึ้นในปีหน้าอีก 2 ครั้ง ประกอบกับจีนมีการปรับลดค่าเงินหยวนลง ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าตามไปด้วย
"ตอนนี้ตลาดไม่เชื่อว่าเฟดจะขึ้นในดอกเบี้ยในเดือนนี้ แต่เรามองว่าะขึ้น เพราะเห็นสัญญาณในตลาดแรงงานเริ่มปรับตัวดี"นายกอบสิทธิ์ กล่าว
ส่วนไทยเข้าสู่สงครามค่าเงินหรือไม่นั้น นายกอบสิทธิ์ ยอมรับว่า ไทยถูกดึงเข้าไปอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือ ถือเป็นเหยื่อของสงครามค่าเงิน เนื่องจาก ค่าเงินในภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับอ่อนค่าลง เช่น มาเลเซีย ค่าเงินอ่อนไป 19-29% สิงค์โปร์อ่อนค่า 5% ขณะที่ไทยอ่อนค่า 8-9% ซึ่งหากค่าเงินบาทของไทยไม่อ่อนค่าตามไปด้วยนั้น อาจส่งผลให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันกับภูมิภาคได้
"ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงนั้น ส่งผลดีต่อการส่งออก ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจในภาวะที่เศรษฐกิจในประเทศยังชะลอตัว มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป การบริโภคยังชะลอตัว และการเบิกจ่ายภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชนยังมีความล่าช้า ดังนั้นค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะเป็นแรงสนับสนุนต่อการฟื้นตัวของภาคการส่งออกค่อนข้างมาก"นายกอบสิทธิ์ กล่าว
ด้านกระแสข่าวที่ออกมาว่า เศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว อาจจะส่งผลให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะลดดอกเบี้ยในการประชุมในเดือนกันยายนนี้ ยืนยันว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ กนง.คงไม่มีการตัดสินใจเพื่อลดดอกเบี้ยในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจาก ในภาวะการปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. มีนโยบายส่งเสริมให้นำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศค่อนข้างมาก ซึ่งถือเป็นการช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงไป ดังนั้นหากปรับลดดอกเบี้ย อาจทำให้เงินไหลเข้ามาในประเทศมากกว่าการไหลออก และจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าด้วย









