คาดเม็ดเงินโฆษณาครึ่งปีหลังเติบโตดีขึ้น
ประเด็น
- สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยและกลุ่มเอเจนซีให้ความเห็นว่าในช่วง 2H58 คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมโฆษณาน่าจะเติบโตดีขึ้น โดยภาพรวมน่าจะเติบโตประมาณ 5% จากครึ่งปีแรกที่มีการเติบโต 3% (รวมสื่อดิจิตอล) เนื่องจากมาตรการของภาครัฐที่อัดงบกระตุ้นกำลังซื้อกลุ่มผู้บริโภคในต่างจังหวัด ซึ่งจะส่งผลให้มีกำลังซื้อมากขึ้น และเมื่อคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อมากขึ้น แบรนด์สินค้าต่างๆหันมาทุ่มงบทำโปรโมชันมากขึ้น ก็จะช่วยส่งผลให้ตลาดธุรกิจร้านค้าปลีก รวมถึงกลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์ (FMCG) เติบโตตาม พร้อมทั้งในช่วงไตรมาส 4 เป็นช่วงไฮซีซันของแบรนด์สินค้าต่างๆ เช่น รถยนต์ ที่จะทุ่มงบอย่างหนักเพื่ออัดโปรโมชัน ประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้า ขณะที่สินค้ากลุ่มโอเปอเรเตอร์ และสมาร์ทโฟนจะใช้งบการรับรู้เรื่องของ 4G จำนวนมาก ดังนั้นจากปัจจัยต่างๆ ข้างต้นแนวโน้มครึ่งปีหลังจึงไม่น่ากังวลและอาจจะเติบโตในทิศทางที่ดี
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ
ผลกระทบ / ความเห็น
- ภาพรวม 7 เดือนแรก เม็ดเงินโฆษณาที่แท้จริง (ปรับผลกระทบเม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิทัลที่สูงเกินจริง) อยู่ที่ราว 6.5 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน แนวโน้มใน 2H58 คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาที่แท้จริง (อิงสมมติฐานสื่อทีวีดิจิทัลที่ส่วนลดเฉลี่ยที่ราว 70%) จะกลับมาเติบโต YoY แม้กำลังซื้อผู้บริโภคจะยังไม่กลับมาชัดเจน แต่ก็เริ่มเห็นกลุ่มผู้ประกอบการมีการใช้งบมากขึ้น ในด้านผลประกอบการยังมีแนวโน้มปรับลดลง YoY คาดกลุ่มทีวีดิจิทัลยังถูกกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น โดยแต่ละช่องมีการปรับผังใหม่เพื่อเพิ่มเรตติ้ง ซึ่งยังต้องลงทุนเพิ่มในคอนเทนส์ ภาพรวมในปี 58 เรายังคงสมมติฐานเม็ดเงินโฆษณาที่แท้จริงจะเติบโตราว 3% YoY อิงสมมติฐาน GDP Growth ปีนี้ที่ 2.5% อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณาต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ เศรษฐกิจที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด และปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ถ้าหากยืดเยื้อ อาจทำให้ผู้ประกอบการมีการชะลอการใช้งบโฆษณา
- ภาพรวมในปี 58 เรายังคงสมมติฐานเม็ดเงินโฆษณาที่แท้จริงจะเติบโตราว 3% YoY อิงสมมติฐาน GDP Growth ปีนี้ที่ 2.5% ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณาต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ เศรษฐกิจที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด และปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ถ้าหากยืดเยื้อ อาจทำให้ผู้ประกอบการมีการชะลอการใช้งบโฆษณา
คำแนะนำ / เหตุผล
- คงน้ำหนักของกลุ่ม “เท่าตลาด” ระยะสั้นผลประกอบการของกลุ่มยังถูกกดดันจากกลุ่มทีวีดิจิทัลที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่เราคาดว่าในปีนี้น่าจะเป็นจุดต่ำสุด และผลประกอบการจะฟื้นตัวในปีหน้า เราแนะนำ “ซื้อ” PLANB (มูลค่าพื้นฐาน 7.15 บาท) และ WORK (มูลค่าพื้นฐาน 47 บาท) ซึ่งคาดว่า 2 บริษัทจะมีผลประกอบการเติบโตดีกว่ากลุ่ม โดย PLANB คาดปีนี้ เติบโตโดดเด่น 55% YoY จากการเติบโตของธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านและปีหน้าเติบโตต่อเนื่องหลังขยายธุรกิจสื่อโฆษณาในสนามบินและประเด็นบวกจากการเข้าซื้อกิจการที่คาดว่าจะมีความคืบหน้าใน 2H58 ส่วน WORK คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะพลิกกลับมาเติบโตโดดเด่นในปีนี้ โดยคาดการเติบโตของ EPS ที่ 535% เทียบปีก่อน อีกทั้งราคาหุ้นยังถูกปัจจุบันถูกซื้อขายด้วย PEG ปี 58 เพียง 0.14 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่ง สำหรับ RS เราคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” เรามองว่าผลประกอบการของบริษัทได้ผ่านช่วงที่แย่สุดไปแล้ว และใน 2H58 คาดกำไรจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากอัตราการจองซื้อโฆษณาเริ่มปรับตัวดีขึ้นและคาดพลิกกลับมาเติบโตใน 2 ปีข้างหน้า (ปี 2559 - 2560) ซึ่งคาดกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 52% ล่าสุดมีประเด็นบวกจากการนำหุ้นที่ซื้อคืน 12.4 ล้านหุ้นมาลดทุนจดทะเบียนของบริษัท ทำให้จำนวนหุ้นที่ซื้อ-ขายในตลาดฯลดลงเหลือ 1,009.9 ล้านหุ้น จาก 1,022.3 ล้านหุ้น ซึ่งหลังลดทุนจะเพิ่มมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นราว 1.2% จากมูลค่าพื้นฐานเดิมของเราที่ 12.50 บาท เป็น 12.65 บาท









