เริ่มสะสมหุ้นที่เป็น laggard เมื่อดัชนีย่อลงระหว่างวัน เน้นกลุ่มปันผลสูง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : เด้งขึ้น
ตลาดไทยวันนี้มีโอกาสจะปรับขึ้นต่อ ด้วยปัจจัยบวกจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำและลดภาษีช่วย SME ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศดูดีขึ้น หลังจากตลาดหุ้นจีนเริ่มฟื้นตัวได้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลจีนในการพยุงหุ้นจีนให้ถึงที่สุด ทางด้านตลาดหุ้นใหญ่อย่างดาวโจนส์และนิกเคอิรีบาวด์แรงส่งผลกระทบเชิงบวกต่อ sentiment ในวันนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1350/1400 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
กลยุทธ์ : เริ่มสะสมหุ้นที่เป็น laggard เมื่อดัชนีย่อลงระหว่างวัน เน้นกลุ่มปันผลสูง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐหรือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทยอยขายบ้างเมื่อใกล้ 1400 จุด
นักลงทุนระยะสั้น : KCE (66), AP (6.70)
KCE (66) ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง นอกจากนี้อุตสาหกรรม electronics ในรถยนต์กำลังเติบโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรมอื่นในกลุ่มนี้ โดย KCE มีรายได้ 70% มาจากธุรกิจชิ้นส่วน electronics ในรถยนต์ ราคาเป้าหมายที่ 66 บาท ให้ upside มากกว่า 20% จากราคาปัจจุบัน
AP (6.70) เราคาดกำไรปีหน้าจะโต 10% ซึ่งดีที่สุดในกลุ่ม นอกจากนี้ค่า PE ที่ 6x ในปัจจุบันต่ำกว่าคู่แข่ง ทั้ง SPALI, LPN, LH, PS และ QH บวกกับปันผลที่สูงอันดับต้นๆในกลุ่มก็ถือว่าพื้นฐานแข็งแกร่งแข็งแกร่ง เก็บเข้าพอร์ตได้อย่างอุ่นใจ
นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), TVO(33.75)
ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%
TVO (33.75) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ รายงานงบ Q2 ออกมาดีบวกกับ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ "ประยุทธ์" สั่งลุยนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจเต็มที่ คิกออฟอัดฉีดเงินเข้ากองทุนหมู่บ้านสัปดาห์หน้า ตั้ง "สมคิด" คุมคณะกรรมการขับเคลื่อน 20 ชุด ขณะ ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี คลังคาดมีเงินหมุนเวียน 2 แสนล้าน
+ "สมาคมตราสารหนี้" ระบุบาทอ่อนค่าจากหลายปัจจัย เชื่อ "แบงก์ชาติ" คุมสถานการณ์ได้ เผยปัจจัยกังวล "จีน" ดันเงิน "ตลาดเกิดใหม่" ไหลออกทั้ง "หุ้น-ตราสารหนี้" อีกระลอก แบงก์เตือนลูกค้าป้องกันความเสี่ยงหลังบาทไหลแรง คาดสิ้นปีแตะ 36.75 บาทต่อดอลลาร์ มองปีหน้าผันผวนต่อปัจจัยนอกเป็นหลัก "กรุงศรี" แนะผู้นำเข้าสินค้า-เอกชนไทยสนใจซื้อกิจการต่างประเทศ เร่งป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน พร้อมจับตาแนวต้านสำคัญที่ 36.30 บาท "สศค." ย้ำไม่เป็นอุปสรรคลงทุน ขณะที่หนี้ต่างประเทศต่ำไร้ปัญหา
- นายกสมาคมอาคารชุดไทย แจงคอนโดกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด เบรกขึ้นโครงการใหม่ เหตุกำลังซื้อไม่ฟื้น หลายโครงการคืนเงินจอง-เงินดาวน์ เร่งปรับตัวมุ่งรักษากระแสเงินสด ขณะผู้ประกอบการอสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง เชียงใหม่-สงขลา รับตลาดภูธรนิ่ง "แบงก์ชาติ" จับตาคอนโดแนวรถไฟฟ้า หวั่นความต้องการซื้อไล่ตามไม่ทัน ขณะที่ยอดปิด โครงการช้า 1 ปี 5 เดือน จากไม่ถึง 1 ปี
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์พุ่ง 390.30 จุด หรือ 2.42% ปิดที่ 16,492.68 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 ก.ย.) หลังจากวันหยุดยาว เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหลังจากราคาร่วงลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ตลาดมีมุมมองบวกว่าทางการจีนจะใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อสร้างเสถียรภาพแก่เศรษฐกิจและตลาดหุ้นในประเทศ
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดเพิ่มขึ้น 71.58 จุด หรือ 1.18% ที่ 6,146.10 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเป็นวันที่สองติดต่อกันเมื่อคืนนี้ (8 ก.ย.) เพราะได้แรงหนุนจากหุ้นผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างเกลนคอร์ และอังโกล อเมริกัน โดยภาวะการซื้อขายเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคและทั่วโลก หลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลการค้าของเยอรมนีที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง ประกอบกับยูโรสแตทปรับเพิ่มตัวเลขขยายตัวทางเศรษฐกิจยูโรโซนช่วงครึ่งปีแรก
- ดัชนีนิกเกอิปิดลดลง 433.39 จุด หรือ 2.43% แตะที่ 17,427.08 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. แตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ถูกสั่นคลอนจากข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ญี่ปุ่นที่ไม่มีความชัดเจน ประกอบกับข้อมูลการค้าจีนที่อ่อนแอ
+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ต.ค.ปิดลดลง 11 เซนต์ แตะที่ 45.94 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (8 ก.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันจำนวนมากในตลาดโลก ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว หลังจากมีการเปิดเผยข้อมูลการค้าที่ย่ำแย่









