วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งกรอบแคบ จับตาตัวเลขการค้าจีน

ถือเงินสด/ขายตัดขาดทุน หากต่ำกว่า 1355 จุดลงมา

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ แกว่งในกรอบ 1360-1380 จุด แนะนำ ถือเงินสด/ขายตัดขาดทุน หากต่ำกว่า 1355 จุดลงมา

คาดดัชนีฯ วันนี้ แกว่งตัวกรอบแคบ ระหว่าง 1360-1380 จุด ปัจจัยต่างประเทศวันนี้ นักลงทุนกลับมาจับตาตัวเลขเศรษฐกิจจีน คาดตัวเลขการส่งออกและนำเข้าเดือน ส.ค. จะชะลอตัวต่อเนื่อง (ตลาดคาด ส่งออก -6.6%y-y Vs ก.ค. -8.3%y-y นำเข้า -7.9%y-y Vs -8.1%y-y) และกลุ่มพลังงานอาจได้แรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงแรงวานนี้ ส่วนปัจจัยในประเทศวันนี้ คาดได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากแผนการกระตุ้นที่จะเสนอ ครม. ในส่วนของการช่วยเหลือ SME แต่อัพไซด์จะจำกัดจากการขายสุทธิต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติหลัง
ค่าเงินบาทอ่อนค่าหลุด 36 บาท/ดอลลาร์ ส่วนใหญ่จึงเป็นการเล่นเก็งกำไรในหุ้นกลาง-เล็ก

กลยุทธ์ แนะนำ ถือเงินสด/ขายตัดขาดทุน หากต่ำกว่า 1355 จุดลงมา จากมุมมองว่าตลาดหุ้นโลกและไทย ยังคงมีความเสี่ยงที่จะอ่อนตัวลงมาทดสอบจุดต่ำสุดเดิมอีกครั้ง

ปัจจัยต่างประเทศ

จับตาตัวเลขเศรษฐกิจจีน นักลงทุนหันกลับมาให้ความสำคัญตัวเลขจากจีนในสัปดาห์นี้ ที่จะประกาศตัวเลขการค้าต่างประเทศในวันนี้ โดยตลาดคาดการส่งออก และนำเข้าเดือน ส.ค. จะหดตัว -6.6% และ -7.9% ตามลำดับ โดยการชะลอของเศรษฐกิจจีนยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นโลก ขณะที่อาจส่งผลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ราคาน้ำมันกลับมาร่วงแรง โดยวานนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ร่วงลงกว่า 3% หลังมีกระแสข่าวจาก CEO บริษัท OAO Rosneft บริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซีย ปฏิเสธแนวคิดที่จะจับมือกับโอเปคในการลดกำลังการผลิต อย่างไรก็ดี เราคาดว่าการร่วมมือกันของผู้ผลิตทั่วโลกในการลดกำลังการผลิตเป็นไปได้ยากอยู่แล้ว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้แรงกดดัน หลังมีกระแสข่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอาจถูกยกเลิกภายในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า หลังอิหร่านและชาติมหาอำนาจบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ ซึ่งอาจทำให้อิหร่านส่งออกน้ำมันในสต๊อกออกมาในทันที และอาจกลับมาผลิตน้ำมันได้เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านบาร์เรล/วัน ภายใน 5 เดือน จากปัจจุบันผลิตที่ราว 2.8 บาร์เรล/วัน

ปัจจัยในประเทศ

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแผนช่วย SME เข้าครม. วันนี้ ประกอบด้วยมาตการหลักๆ 4 ด้าน 1) ยกเว้นภาษีให้เป็นระยะเวลา 5 ปี ให้ผู้ประกอบการรายใหม่แต่ต้องเป็นธุรกิจที่ถูกกำหนดไว้ เช่น เป็นธุรกิจที่มีนวัตกรรม หรือ เป็นธุรกิจแปรรูปการเกษตร เป็นต้น 2) ลดภาษีนิติบุคคลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นการทั่วไปลงเหลือ 10% จากอัตราปกติที่ 15% เป็นเวลา 2 ปี 3) ปรับปรุงเงื่อนไขการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือ บสย. ซึ่งเฉลี่ยแล้ว จะเท่ากับค้ำประกันหนี้เสียในอัตรา 21%
จากปัจจุบันที่ค้ำในอัตรา 18% และ 4) มาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟท์โลนวงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยธนาคารออมสินจะปล่อยกู้ให้กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ไปปล่อยกู้ต่อให้ผู้ประกอบธุรกิจ เอสเอ็มอีในอัตราไม่เกิน 4% ส่วนต้นทุนเงินกู้ที่ธนาคารพาณิชย์จะได้รับจากธนาคารออมสินจะอยู่ที่ 0.1%

คาดเป็นข่าวบวกกับหุ้นธนาคารที่มีสัดส่วนลูกค้า SME สูงเช่น KBANK TMB อย่างไรก็ดี การปรับอาจจะถูกจำกัด จากการขายของนักลงทุนต่างชาติ

สัญญาณทางเทคนิค : ภาพระยะสั้นกลับอ่อนแอลงหลัง ดีดตัวไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1380 จุด และย่อตัวกลับลงมา เพิ่มโอกาสของการกลับมาสู่รอบของการปรับฐานอีกครั้งหนึ่ง โดยจะมีแนวรับที่บริเวณ 1355 จุด และถัดไปที่บริเวณจุดต่ำเดิม 1300/1292 จุด ตามลำดับ