วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (8 ก.ย.58)

ปัจจัยบวกทั้งใน-นอก

คาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้น จากปัจจัยหลักเป็นบวกทั้งภายใน และภายนอกประเทศ การที่ประชาชนเป็นกลางต่อมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญของ สปช. ข่าวคืบหน้าของเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ และมาตรการกระตุ้นระยะสองของ ครม.ใหม่ที่มุ่งช่วย SME ถือว่าเป็นบวกต่อตลาด ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เฉพาะอย่างยิ่งเยอรมันถือว่าดี น่าจะช่วยเสริมให้ตลาดเดินหน้าได้ แต่ต้องระวังตัวเลขส่งออกนำเข้าของจีนที่จะประกาศวันนี้ด้วย

หุ้นเด่นวันนี้: KBANK(Bt178.50; ซื้อ, ราคาเป้าหมายปี 58 ของ AWS 220.00 บาท)

บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้นแนะนำวันนี้ เนื่องจากได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) โดยคณะรัฐมนตรีจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือเฟสสองในวันนี้ ได้แก่ การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมูลค่า 1 แสนล้านบาท, ลดภาษีจาก 15% เป็น 10%, ยกเว้นภาษีสำหรับบริษัทจัดตั้งใหม่, การค้ำประกันเครดิตมูลค่า 1 แสนล้านบาท และกองทุนร่วมทุนมูลค่า 6 พันล้านบาท การลดภาษีจะช่วยกระตุ้นธุรกิจ SME ให้เข้าร่วมระบบภาษีนี้อย่างเป็นทางการ และเอื้อต่อการเร่งโครงการลงทุน ทั้งนี้ SME คิดเป็น 38% ของสินเชื่อทั้งหมดของ KBANK น่าจะช่วยเพิ่มการเติบโตของสินเชื่อในครึ่งปีหลัง สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ 5-6% แม้เราคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานจะลดลง 5.2% ในปี 58 แต่ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 14.6% ในปี 59 ในปัจจุบัน KBANK ซื้อขายที่ 1.4 เท่า ของ 2015E BV ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา จึงทำให้เราแนะนำซื้อสะสม Price Pattern ของ KBANK คาดว่าจะเกิดการฟื้นตัวระยะสั้นจากการเกิด Daily Buy Signal แต่สัญญาณความแข็งแกร่งในการปรับตัวขึ้นในช่วงแรกยังคงมีความอ่อนแอ เนื่องจากยังคงถูกกดดันจาก Weekly & Monthly Sell Signal ทั้งนี้เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ KBANK ที่กลับมาเกิด Daily Buy Signal แล้วนั้น มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 183.50 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 196.50 บาท โดยมีจุด Daily Sell Signal อยู่ที่ 178.00 บาท นั่นหมายความว่าแนะนำซื้อ KBANK โดยมีเป้าหมายแรกและเบื้องต้นอยู่ที่ 183.50 บาท และ 196.50 บาท ตามลำดับ โดยมีจุด Stop Loss หาก KBANK ปิดตลาดต่ำกว่า 178.00 บาท นั่นเอง (Resistance: 179.00, 180.00, 182.00; Support: 177.50, 176.50, 174.50)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ในหลวงพระอาการดีขึ้นพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดีขึ้น ความดันพระโลหิตกลับสู่ระดับปกติ พระปรอทลดลงหลังจากได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ประกาศโดยสำนักพระราชวังวานนี้ (Bangkok Post)

• หอการค้าต่างประเทศไม่หวั่นคว่ำรัฐธรรมนูญ รองประธานหอการค้าไทยกล่าวว่าจากการได้พูดคุยกับผู้นำหอการค้าต่างประเทศพบว่าไม่ได้มีความกังวลเกี่ยวกับการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและมองว่าเป็นขั้นตอนตามปกติของการร่างรัฐธรรมนูญ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกล่าวว่าการล่าช้าออกไปไม่น่ามีผลต่อเศรษฐกิจหลังความตึงเครียดทางการเมืองจางหายไปแล้ว (Bangkok Post)โปรดดูรายงาน “Political Updateฉบับเต็มวันนี้”

• มาตราการกระตุ้นกลุ่มใหม่ แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของรัฐบาลเพื่อให้ความช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) จะถูกนำส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในวันนี้ ได้แก่ การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมูลค่า 1 แสนล้านบาท, ลดภาษีจาก 15% เป็น 10%, ยกเว้นภาษีสำหรับบริษัทจัดตั้งใหม่, การค้ำประกันเครดิตมูลค่า 1 แสนล้านบาท และกองทุนร่วมทุนมูลค่า 6 พันล้านบาท ซึ่งเป็นความพยายามที่จะฟื้นเศรษฐกิจที่แน่นิ่งในขณะนี้ (Bangkok Post)

• ผู้ต้องสงสัยสารภาพเกี่ยวข้องกับการวางระเบิด ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดีวางระเบิดที่ศาลเอราวัณ นาย YusufuMieraili สารภาพว่าเป็นคนนำกระเป๋าบรรจุระเบิดส่งให้ผู้ต้องสงสัยใส่เสื้อเหลืองซึ่งเป็นผู้นำกระเป๋าไปทิ้งไว้ที่ราชประสงค์ (Bangkok Post)

• รมว. การท่องเที่ยวและกีฬาโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยจะโปรโมตให้ประเทศไทยเป็นศูนย์การฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาที่จะแข็งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูร้อนปี 63 ในกรุงโตเกียว โดยหวังว่าจะสามารถดึงนักกีฬาชาวยุโรปเนื่องจากไทยมีอากาศที่อบอุ่นและมีอุปกรณ์กีฬาอำนวยความสะดวกที่รีสอร์ทหลายแห่งรวมทั้งในภูเก็ตและชลบุรี (Bangkok Post)

• SENA(3.12 บ) วางแผนเปิดตัวเพียงโครงการคอนโดมิเนียมแบบ Low rise ในช่วงไตรมาสสี่ปลายปี เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหลังจากที่ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศยังคงซบเซา ขณะที่ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อกระจายธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว บริษัทฯ กล่าวถึงการแข่งขังที่สูงขึ้นในตลาดที่อยู่อาศัยระดับ High end ในปัจจุบัน ท่ามกลางกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัย Low end ค่อนข้างซบเซาจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและการปล่อยสินเชื่อบ้านที่เข้มงวดมากขึ้น (Bangkok Post)

ต่างประเทศ:

• คาดว่าตลาดหุ้นในเอเชียจะปรับตัวขึ้นวันนี้ จากการนำของตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนแต่นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อมูลทางการค้าของจีนที่ประกาศในเวลา 0200GMT ซึ่งจะให้ความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอย่างจีน (Reuters)

• เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ ในเช้าวันนี้ จากการที่หุ้นในยุโรปและญี่ปุ่นได้ปรับตัวขึ้นทำให้ความต้องการถือครองเงินเยนซึ่งถือเป็นทรัพย์สินปลอดภัยลดลง เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.1% อยู่ที่ 119.40 เยน ต่างจากเมื่อคืนที่อ่อนตัวลงไปอยู่ที่ 118.66 เยน เงินยูโรยังคงอยู่ที่ระดับ 1.1165 ดอลลาร์ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ ๆ ระหว่าง 1.1122-1.1177 ดอลลาร์ในช่วง 2 วันที่ผ่านมานี้ (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากเป็นวันแรงงานแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ ดัชนีต่าง ๆ ในตลาดหุ้นสหรัฐลดลงเกินกว่า 1% หลังจากมีรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค. ที่ออกมาเป็นทั้งบวกและลบ ทำให้นักลงทุนไม่แน่ใจว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมระหว่างวันที่ 16-17 ก.ย. หรือไม่ (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นวันจันทร์นำโดยหุ้นเหมืองแร่-ทรัพยากรธรรมชาติ หลังจาก Glencoreประกาศแผนลดทอนหนี้ และลดขนาดการผลิตในเหมืองทองแดงในแอฟริกา(Reuters)

• ผลผลิตอุตสาหกรรมเยอรมันพุ่งแรงเดือน ก.ค. อัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบปีนี้ โดยผลผลิตขยายตัว 0.7% MoMแต่ก็ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด เฉลี่ยว่าจะโต 1.0% (Reuters)

เอเชีย:

• นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคติดต่อกันเป็นสมัยที่สองในวันนี้ หลังจากคู่แข่งคนสำคัญไม่มีผู้สนับสนุนมากพอที่จะลงแข่งขันได้ นายอาเบะซึ่งรับตำแหน่งในเดือนธ.ค. 55 จึงเป็นผู้สมัครตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP เพียงคนเดียว หมายความว่าเขาจะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไปอีก 3 ปี ดังนั้นเขากลายเป็นผู้นำของญี่ปุ่นที่สามารถดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคได้ยาวนานในรอบกว่า 1 ทศวรรษ (Reuters)

• เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวกว่าที่คาดในไตรมาส 2/58 จากข้อมูลที่ปรับปรุงใหม่แล้ว เศรษฐกิจของญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลกลดลง 1.2% ต่อปี ในไตรมาส 2/58 น้อยกว่าที่ประมาณการไว้เดิมที่คาดว่าจะลดลง 1.6% จากข้อมูลของสำนักงานคณะรัฐมนตรีที่ประกาศในวันนี้ ในขณะที่ค่ากลางของประมาณการตลาดระบุว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะหดตัวลง 1.8% (Reuters)

• จีนเผยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือน ส.ค. ลดลงมากเป็นประวัติการณ์ โดยธนาคารกลางจีนรายงานปริมาณทุนสำรองเงินตราต่างประเทศในเดือน ส.ค. ลดลง 9.39 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ สู่ระดับ 3.557 ล้านล้านดอลลาร์ฯ การไหลออกของเงินทุนดังกล่าวได้เพิ่มขึ้น จากความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน และแนวโน้มที่สหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และส่งผลให้เกิดความกังวลต่อการจัดการเสถียรภาพค่าเงินหยวนของจีน (Reuters)

• จีนเตรียมปรับลดอัตราภาษีเงินปันผล รัฐบาลจีนเปิดเผยถึงแผนการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อรายรับเงินปันผลสำหรับผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นนานเกินกว่า 1 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นการสนับสนุนการลงทุนระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ทองร่วงจากดอลลาร์แข็ง ขณะที่ตลาดซื้อขายโลหะมีค่าสหรัฐปิดวันจันทร์ ในลอนดอนราคาทองร่วงลงแตะจุดต่ำสุดนับแต่กลางเดือนหลังตัวเลขการจ้างงานทำให้ไม่แน่ใจกันเกี่ยวกับช่วงเวลาที่จะขึ้นดอกเบี้ยและดอลลาร์แข็งเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นในตะกร้า ทองคำตลาดจรปรับลดลง 0.2% ปิดที่ 1,120.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)

• เบรนท์ร่วงจากความกังวลอุปทาน NYMEX ปิดตลาดแต่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ลอนดอนยังเปิดอยู่และปรากฏว่าเบรนท์ร่วง 1.98 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 3.99% ปิดที่ 47.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพราะสินค้าโภคภัณฑ์ยังถูกกดดันจากหุ้นจีนและจากจำนวนการผลิตในทะเลเหนือทำท่าจะแตะจุดสูงสุดในรอบสองปีใน ต.ค. (Reuters)