ถือเงินสด/ขายตัดขาดทุน หากต่ำกว่า 1355 จุดลงมา
Market Outlook
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ทดสอบแนวรับ 1355/1330 จุด แนะนำ ถือเงินสด/ขายตัดขาดทุน หากต่ำกว่า 1355 จุด ลงมา
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ปรับลง ทดสอบแนวรับ 1355/1330 จุด จากทั้งปัจจัยในประเทศ หลังสปช. สร้างความประหลาดใจโดยการโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้การเลือกตั้งเพื่อได้รัฐบาลใหม่จะล่าช้าออกไปเป็นปี 60 ส่วนปัจจัยต่างประเทศเป็นลบเช่นกัน หลังสหรัฐฯ รายงาน อัตราว่างงาน เดือน ส.ค. ต่ำสุดรอบกว่า 7 ปีที่ 5.1% และประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี ส่งผลให้ตลาดกลับมาวิตกต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดรอบใหม่ และอาจมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากวันนี้ตลาดหุ้นจีนกลับมาทำการซื้อขายหลังหยุดฉลองครบรอบสงครามโลก มีโอกาสร่วงลงหากรัฐบาลจีนไม่เข้าแทรงแซงเพิ่มเติม และจากแนวโน้มรายงานการส่งออกและนำเข้าที่ยังชะลอลง
กลยุทธ์ แนะนำ ถือเงินสด/ขายตัดขาดทุน หากต่ำกว่า 1355 จุดลงมา จากมุมมองว่าตลาดหุ้นโลกและไทย ยังคงมีความเสี่ยงที่จะอ่อนตัวลงมาทดสอบจุดต่ำสุดเดิมอีกครั้ง
ประเด็นเด่นสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) การเมือง วันที่ 6 ก.ย. ผลโหวตของสปช. สร้างความประหลาดใจเชิงลบให้กับตลาดหุ้นระยะสั้น อิงการไม่สอดคล้องกับ ผลสำรวจและความคาดหวังของประชาชน นิด้าโพลล์ เมื่อ 26-27 ส.ค. จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,253 ตัวอย่าง ทั่วประเทศ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 40.7% ต้องการเห็นสปช. รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะจะได้เป็นไปตามโรดแมป ที่ คศช. วางไว้ และเข้าสู่กระบวนการต่อไป และเชื่อว่า จะสามารถลดอำนาจของกลุ่มการเมืองที่เข้ามามุ่งหวังผลประโยชน์ ส่วน 22.82% ตอบเฉยๆ และ 20.11%
เห็นควรให้งดออกเสียง และ 14.37% ให้ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
เราคาดว่า ผลโหวตดังกล่าวจะเป็น Negative Sentiment ต่อทิศทางดัชนีฯ ในระยะสั้น จากการคาดว่าจะไม่มีกระแสเงินทุนต่างชาติ ไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยในเร็วๆนี้ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะกลางถึงยาว เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบัน ยังคงสามารถดำเนินนโยบายฯ ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่
2) Fed : โอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ยังคงเป็นประเด็นหลัก ต่อการสร้างความผันผวนในตลาดโลก ก่อนหน้ารายงานตัวเลขการจ้างงานเมื่อวันศุกร์ ความเห็นต่อ Fed ไม่เร่งชึ้นดอกเบี้ยในการประชุมกลางเดือนกันยายน มีมากขึ้น (รวมถึง Capital Economics คาดว่าจะเลื่อนไปเป็นเดือน ต.ค. และ ธ.ค.)
+ ประธานเฟดสาขามินิอาโพลิส นารายานา โคเซอร์ลาโคตา แสดงความเห็นว่าเฟดไม่ควรเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในตอนนี้ (สอดคล้องกับคำพูดที่กล่าวไว้เมื่อ 20 ส.ค.) ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับประธานเฟดสาขานิวยอร์ค วิลเลียม ดัดลีย์ ที่ส่งสัญญาณว่าเฟดมีโอกาสลดลง ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะปั่นป่วนในตลาดโลกระยะนี้ และเฟดสาขาแอตแลนต้า Dennis Lockhart ซึ่งเชื่อว่าเฟดมีโอกาสที่จะเลื่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ย
ออกไปจากเดือน ก.ย.
-/*ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ลอเรตตา เมสเตอร์ มีความเห็นว่า เฟดมีความพร้อมที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเล็กน้อยได้ อิง การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดีต่อเนื่องและการจ้างงานที่สูงขึ้น ขณะที่ประธานเฟด Bullard คาดว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งเดียว และอาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป จนกว่าเห็นสัญญาณเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นตามเป้าหมาย
เราคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุมเดือนตค. และอิงสถิติการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในอดีต จะพบว่า MSCI Emerging Market Index มีแนวโน้ม Underperform ตลาดหุ้น S&P ในระยะยาว
สัญญาณทางเทคนิค : ภาพระยะสั้นกลับอ่อนแอลงหลัง ดีดตัวไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1380 จุด และย่อตัวกลับลงมา เพิ่มโอกาสของการกลับมาสู่รอบของการปรับฐานอีกครั้งหนึ่ง โดยจะมีแนวรับที่บริเวณ 1355 จุด และถัดไปที่บริเวณจุดต่ำเดิม 1300/1292 จุด ตามลำดับ









