คาดกำไร 2H58 พริกฟื้นตามอุตสาหกรรมผลิตรถ
คาด 2H58 กำไรฟื้นตัว ตามอุตสาหกรรมผลิตรถที่เริ่มกลับมาผลิตเป็นปกติ
คาดผลประกอบการจะฟื้นตัวอย่างมีนัย ใน 2H58 (เทียบครึ่งปีแรก ที่มีกำไร 259 ล้านบาท -13%YoY) ด้วยออร์เดอร์ของค่ายรถยนต์ที่เริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติหลังจากออกโมเดลใหม่สู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าโตโยต้า (ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่สุด ซึ่งมีสัดส่วนราว 26% ของรายได้รวมของ SAT) ที่มีปรับสายการผลิตใน 2Q58 ที่ผ่านมา กระทบต่อยอดผลิตรถยนต์ต่อเดือนของโตโยต้าหายไปราว 3 -4 หมื่นคัน/เดือน นอกจากนี้ประเด็น ที่รัฐเตรียมปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ในปี 59 รวมถึงประเด็นที่กรมสรรพสามิตรมีแนวคิดที่จะปลดล็อคเงื่อนไขระยะเวลาการถือครองรถคันแรกจาก 5 ปีเหลือ 3ปี หากผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เรามองว่าจะเป็นปัจจัยที่กะตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถเร็วขึ้นในช่วง 2H58 โดยบริษัทประมาณการยอดผลิตรถยนต์ของอุตสาหกรรมใน 2H58 ที่ 1.05 ล้านคันเพิ่มขึ้น 14% จากครึ่งปีแรก โดย คาดอัตราการใช้กำลังการผลิตของ SAT จะปรับเพิ่มกลับมาเป็น 70% และยอดขายของ SAT จะเพิ่มขึ้นราว 30% จาก 2Q58 ในด้านอัตรากำไรคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นตามขนาดยอดขาย และโรงงานใหม่ของบริษัทย่อย FFT ที่ใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มมาสู่ระดับปกติที่ 17% เทียบกับ 2Q58 ที่ 12%
ปี 59 ได้ออร์เดอร์บรรทุก หนุนกำไรเติบโตดีขึ้น
ปี 59 เราคาดกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง 13%YoY เป็น 784 ล้านบาท นอกจากออร์เดอร์สำหรับลูกค้ารถยนต์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6% ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมผลิตรถ คาดจะรับรู้รายได้จากออร์เดอร์ใหม่ สำหรับงานชิ้นส่วนขึ้นรูป (General Forging) และ เพลาข้าง (Axle Shaft) สำหรับชิ้นส่วนรถบรรทุก (ขนาดยอดขายราว 500 ล้านบาท/ปี) ที่จะเริ่มผลิตช่วง 1Q59 นี้ นอกจากนี้ยังได้รับออร์เดอร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากลูกค้าคูโบต้าจาก 6.5 หมื่นคันในปี 58 เป็น 7 หมื่นคัน
แนะนำ “ซื้อ” ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เริ่มกลับมาเติบโตใน 2H58
เราแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจาก 1) มองว่าผลประกอบการของ SAT ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยตั้งแต่ 2H58 2) บริษัทยังมีการกระจายความเสี่ยงทางรายได้ไปยังกลุ่มลูกค้าเครื่องจักรกลการเกษตรที่คาดการผลิตเติบโตดีกว่ากลุ่มยานยนต์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า จากแผนใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกในภูมิภาค โดยมีแผนขายการผลิตเฉลี่ย (CAGR) 11% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการขยายกำลังการผลิตราว 6% ต่อปี โดยคาดว่าสัดส่วนรายได้จากคูโบต้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 22% ในปี 60 3) ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E 10 เท่า ซึ่งถือว่ายังถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มปัจจุบันที่ 14 เท่า นอกจากนี้คาด SAT ยังให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 4% ในปี 58 เราประเมินมูลค่าเหมาะสมในปี 58 ที่ 19.50 บาท โดยใช้วิธี P/E อิงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 12 เท่า ยังมี Upside 20% จากราคาปัจจุบัน









