วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.ล.ต.เตรียมประกาศเกณฑ์เฮดจ์ฟันด์

ก.ล.ต.เตรียมประกาศเกณฑ์เฮดจ์ฟันด์ภายในปีนี้ เอื้อประโยชน์กองทุนสร้างผลตอบแทนสูงสุด ด้าน บลจ. เตรียมความพร้อม

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. เตรียมประกาศเกณฑ์กองทุนที่นำเงินลงทุนไปสร้างกำไรหรือผลตอบแทนสูง โดยมีเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย ไม่จำกัดประเภทสินทรัพย์ (เฮดจ์ฟันด์) ภายในปีนี้ ซึ่งจะปรับปรุงเกณฑ์เพื่อให้กองทุนมีศักยภาพในการใช้เงินเพื่อสร้างผลตอบแทนได้อย่างเต็มที่ขึ้น ขณะที่ปัจจุบันทางการกำหนดหลักเกณฑ์ว่า กองทุนจะต้องกันสำรองสภาพคล่องไว้เต็มจำนวนหากลงทุนอนุพันธ์ ทำให้การบริหารกองทุนไม่คล่องตัวมากนัก โดยเบื้องต้นได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและผลตอบรับของกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ทุกรายให้ความสนใจและเห็นด้วยกับเกณฑ์ใหม่ที่จะปรับใช้

สำหรับการปรับแก้เกณฑ์ดังกล่าวเพื่อสนับสนุนให้บลจ.ของไทย มีความสามารถในการแข่งขันได้กับต่างประเทศ รวมทั้งเพิ่มช่องทางและผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับกลุ่มนักลงทุนระดับที่มีความมั่งคั่งและมีความรู้ความเข้าใจด้านตลาดทุนเป็นอย่างดี

นายสมิทธ์ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทพร้อมจะออกกองทุนเฮดจ์ฟันด์ภายใน 6 เดือนหลังก.ล.ต.ประกาศใช้เกณฑ์ เนื่องจากศึกษาข้อมูลและเตรียมพร้อมระบบสำหรับผลิตภัณฑ์เฮดจ์ฟันด์มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง ก.ล.ต.จึงกำหนดให้ผู้ที่สามารถซื้อกองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้ต้องมีทรัพย์สินที่หักหนี้สินแล้วคงเหลือมากกว่า 70 ล้านบาท ถือเป็นกลุ่มลูกค้าระดับบนของธนาคารขนาดใหญ่จึงคาดว่าขนาดกองทุนที่จะออกจะมีมูลค่าไม่มากนัก

“กองทุนเฮดจ์ฟันด์จะลงทุนในอนุพันธ์ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด ไม่จำกัดว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น หรือในอนุพันธ์ในหุ้นอย่างเดียว แต่รวมถึงอนุพันธ์ในอัตราแลกเปลี่ยน อนุพันธ์ในตราสารหนี้ หุ้นกู้ต่างๆ และผู้จัดการกองทุนพร้อมย้ายสินทรัพย์ที่ถือครองทันทีที่ได้ผลตอบแทนในระดับที่พอใจ ซึ่งในอดีตประเทศไทยต้องเจอกับกองทุนเฮดจ์ฟันด์ต่างประเทศที่เข้ามาสร้างความผันผวนในค่าเงินและตราสารหนี้ เพราะนักลงทุนต่างชาติต้องการสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดในการลงทุนทรัพย์สินประเภทดังกล่าว”

ทั้งนี้ หากก.ล.ต.ออกเกณฑ์ดังกล่าวจริง จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมกองทุน แต่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนต้องเตรียมความพร้อมเรื่องพนักงานขายที่ต้องเข้าใจความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงระบบบัญชีให้สอดคล้องกับการลงทุน และผู้จัดการกองทุนต้องได้รับการฝึกอบรมใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง