วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวน แนะทยอยขาย

ทยอยขายลดพอร์ต

Market Outlook

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ผันผวน วิตกเฟด เศรษฐกิจจีน แนะทยอยขาย

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ผันผวน แนวต้าน 1380/1400 จุด แนวรับ 1330/1300 จุด โดยคาดว่า Upside ของการแรลลี่รอบนี้จะอยู่ที่ 1380-1400 จุด (อิงสถิติการเคลื่อนไหวในอดีต จะพบว่า ดัชนีฯ จะเกิดการรีบาวด์แบบ V-shape เพียง 67-72% ของที่ปรับลดลงไป ก่อนที่จะมีการปรับลดลงรอบใหม่ ทำให้เราคาดว่าดัชนีฯ รอบนี้ จะเกิดซ้ำรอย และมีความเสี่ยงที่ดัชนีฯจะลดลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิม 1300/1292 จุด ภายใต้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ จะส่งผลให้ ต่างชาติยังคงไม่กลับมาซื้อคืนหุ้นไทย
(ขายสุทธิเดือนสค สูงถึง 4.46 หมื่นลบ.)

ปัจจัยต่างประเทศ จะมีอิทธิพลต่อความผันผวนของตลาดหุ้นโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะแนวโน้มเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยฯ หรือไม่ในการประชุมกลางเดือน ก.ย. ทั้งนี้ ตลาดจะจับตา ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาดชะลอตัวทั้ง รายงานภาคการผลิต ภาคบริการ ส่วน การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค. คาดเติบโต 2.0- 2.2 แสนราย (เทียบเดือน ก.ค. 2.15 แสนราย) รวมถึงความเห็น จากประธานเฟดสาขา บอสตัน Eric Rosengren (อังคาร) สาขาริชมอนด์ Jeffery Lacker (ศุกร์) หลังจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รองประธานเฟด
ฟิชเชอร์ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อทีวี ว่า เฟด ยังคงจำเป็นต้องค่อยๆ ขยับขึ้นในอนาคต จากแนวโน้มเงินเฟ้อเร่งขึ้นในระยะยาว แต่การปรับขึ้นอาจต้องดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม (หลังคำแถลงของ Fisher ตลาดคาดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. 35% และเดือนธ.ค.77%) ส่วนปัจจัยอื่นๆ จับตารายงานการผลิตจีน ซึ่งมีโอกาสที่จะชะลอตัวต่อเนื่อง และส่งผล Negative Sentiment ต่อตลาดหุ้นเอเชียต่อไป (ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ฟื้นตัวระยะสั้น จากข่าวทางการจีนเข้าแทรกแซงตลาดหุ้นเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา) และทิศทางราคาน้ำมันดิบ จับตา
ประเด็นความขัดแย้งตะวันออกกลาง ซาอุดิอาระเบีย กับกบฎในเยเมน รวมถึงการเสนอโอเปคประชุมนัดพิเศษ คาดว่าช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบในระยะสั้นเท่านั้น

กลยุทธ์ แนะนำ ทยอยขายลดพอร์ต จากมุมมองว่าตลาดหุ้นโลกยังคงมีความเสี่ยงที่จะอ่อนตัวลงมาทดสอบจุดต่ำสุดเดิมอีกครั้ง

ประเด็นจับตาสัปดาห์นี้

1. การเมือง วันที่ 6 ก.ย. จะเป็นวันสำคัญทางการเมืองที่จะกำหนดว่า กรอบการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร โดยผลสำรวจนิด้าโพลล์ เมื่อ 26-27 ส.ค. จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,253 ตัวอย่าง ทั่วประเทศ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 40.7% ต้องการเห็น สปช รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะจะได้เป็นไปตามโรดแมป ที่ คศช. วางไว้ และเข้าสู่กระบวนการต่อไป และเชื่อว่า จะสามารถลดอำนาจของกลุ่มการเมืองที่เข้ามามุ่งหวังผลประโยชน์ ส่วน 22.82% ตอบเฉยๆ และ 20.11% เห็นควรให้งดออกเสียง และ 14.37% ให้ลงมติ
ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

เราคาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่อาจมีผลกระทบระยะสั้นต่อตลาดหุ้น หากสภาปฏิรูปแห่งชาติ โหวตไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากจะไม่มี Event Play สำคัญที่ดึงดูด Fund Flow ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยใน 12 เดือนข้างหน้า

2. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย เราคาดว่าเม็ดเงินที่รัฐบาลจะใช้กระตุ้นวงเงิน 1 แสนล้านบาท จะช่วยเพิ่ม GDP ไทยสูงขึ้น ประมาณ 0.8% แบ่งเป็นมาตรการกระตุ้นผู้มีรายได้น้อยผ่านกองทุนหมู่บ้าน การสนับสนุนสินเชื่อ SME และการกลับมาเน้น O-TOP คาดจะเริ่มทยอยเห็นผลตั้งแต่ 4Q58 เป็นต้นไป

3. Fed : โอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ยังคงเป็นประเด็นหลัก ต่อการสร้างความผันผวนในตลาดโลก ความเห็นต่อ Fed ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมกลางเดือนกันยายนมีมากขึ้น (รวมถึง Capital Economics คาดว่าจะเลื่อนไปเป็น ต.ค. และ ธ.ค.)

4. XD Effect: สัปดาห์นี้คาดว่าจะมีผลกระทบต่อดัชนีตลาดฯ -1.54 จุด จากการขึ้นเครื่องหมาย XD ของ 13 บจ. โดยบจ.เด่นๆ ได้แก่ EGCO 3 บาท PTTGC 1.50 บาท SCB 1.50 บาท


สัญญาณทางเทคนิค : การสามารถดีดตัวกลับแบบ V-Shape อย่างรวดเร็วของดัชนีฯ จากระดับต่ำสุด 1292.14 จุด เมื่อ 25/8 โดยเฉพาะการสามารถขึ้นไปปิด Gap ขาลงที่เปิดไว้ที่ 1357.90 จุด ได้เมื่อ 24/8 เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย โดยจะมีแนวต้านถัดไปที่ระดับ 1400 จุด (SMA 25 วันอยู่ที่1395 จุด) สอดคล้องกับการรีบาวด์ รอบใหญ่ๆของดัชนีตลาดฯ ตั้งแต่ปี 13-15 จะพบว่า ดัชนีฯ มีเป้าหมายการรีบาวด์ 47% 72% 68% ของการปรับลดลงแต่ละรอบ (ส่วนต่างระหว่าง High-Low) ซึ่งหากใช้ตัวเลข
ดังกล่าวไปประมาณการการรีบาวด์รอบนี้ คาดว่าดัชนีฯจะมีเป้าหมายสูงสุดที่บริเวณ 1362 จุด 1392 จุด หรือ 1400 จุดตามลำดับ ก่อนที่จะมีการเกิด Correction อีกครั้ง (ยังมีความเสี่ยงของการเกิด New low ใหม่ เห็นได้จาก แรงขายของนักลงทุนต่างชาติเดือนส.ค. สูงถึง 4.46 หมื่นลบ. (YTD -8.67 หมื่นลบ)