วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SYMC

การลงทุนขยายธุรกิจ ยังไม่ส่งผลดีในระยะสั้น

ประเด็น

- SYMC แถลงในงานประชุมนักวิเคราะห์ว่าบริษัทมีกำไรใน 2Q58 อยู่ 33 ล้านบาท (-36% YoY) เป็นผลจากการที่รายได้ค่าบริการลดลง 2% QoQ เพราะมีลูกค้าเช่าวงจรสื่อสาร (Internet Private Leased Circuit-IPLC) 1 ราย ไม่ทำสัญญาเช่าต่อ เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง บวกกับต้องบันทึกค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมทั้งดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น หลังที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนขยายวงจรให้บริการในต่างจังหวัดเพิ่ม

ผลกระทบ / ความเห็น

- กำไร 1H58 น่าผิดหวัง โดยรวมแล้วกำไรใน 1H58 อยู่ที่ 77 ล้านบาท (-24% YoY) แม้รายได้ยังเพิ่มขึ้น 8% YoY เป็น 662 ล้านบาท แต่กลับถูกหักล้างไปจาก 1) ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่ม 40% YoY 2) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่ม 15% YoY และ 3) ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มถึง 92% YoY

- แนวโน้มกำไร 2H58 ยังไม่สดใส เนื่องจากคาดว่ารายได้ยังถูกกดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวช้า ซึ่งคาดจะส่งผลต่อการตัดสินใจใช้งานเพิ่มจากลูกค้าเดิม และการขยายฐานลูกค้าใหม่ นอกจากนี้ลูกค้าที่ยกเลิกการใช้งานไปตั้งแต่ 2Q58 มีสัดส่วนราว 6% ของรายได้ค่าบริการรวม อาจต้องใช้เวลากว่า 1 ปี จึงจะสามารถหาลูกค้ารายใหม่มาชดเชยได้ ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง ทำให้เราเชื่อว่ากำไรในช่วง 2H58 และปี 59 จะยังไม่สดใส

สำหรับโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำ (Submarine cable system) ที่เป็นความร่วมมือกัน 3 ฝ่าย ระหว่าง SYMC กับบริษัทในกัมพูชาและมาเลเซีย เพื่อจะเชื่อมโครงข่ายจากระยองต่อไปในกัมพูชาและมาเลเซีย ซึ่งในส่วนของ SYMC จะลงทุนในสัดส่วน 1 ใน 3 ของมูลค่าโครงการ หรือคิดเป็นงบลงทุนทั้งหมดราว 693 ล้านบาท ทั้งที่เป็นภาคพื้นดิน และภาคพื้นน้ำ โดยปัจจุบันในส่วนของภาคพื้นดินมีความคืบหน้าจากการก่อสร้างอาคารสถานีที่ระยองได้บางส่วนแล้ว ขณะที่ภาคพื้นน้ำก็ได้มีการสำรวจเส้นทางแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการประสานงานเพื่อขอลากเคเบิ้ลผ่านพื้นที่ใต้น้ำที่องค์กรอื่นดำเนินงานอยู่ เช่น PTTEP และ CAT

แม้คาดโครงการเคเบิ้ลใต้น้ำจะส่งผลดีต่อบริษัททั้งจากรายได้ที่จะเพิ่มขึ้น และต้นทุนจากการเช่าสายไฟเบอร์จากต่างประเทศที่จะลดลง แต่คาดจะให้ประโยชน์ในระยะยาว เนื่องจากโครงการนี้จะเริ่มให้บริการได้ใน 1Q60 ซึ่งยังไม่สามารถช่วยผลักดันการเติบโตของกำไรได้ในระยะสั้น

คำแนะนำ / เหตุผล

- เตรียมปรับลดกำไร และราคาเหมาะสมลง ปัจจุบันเราอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดประมาณการกำไรสุทธิและปรับปรุงคำแนะนำของ SYMC ใหม่ เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานใน 1H58 ที่ออกมาตกต่ำ และแนวโน้มกำไรที่ยังดูมีแนวโน้มไม่สดใสต่อเนื่องไปในปี 59 เพราะ หากอิงข้อมูลจาก Bloomberg พบว่ามีบทวิเคราะห์ จากเพียง 2 โบรกเกอร์ ซึ่งทั้งคู่แนะนำ “ขาย” โดยมีค่าเฉลี่ยของราคาเหมาะสมอยู่ที่ 12.45 บาท