วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 31 สิงหาคม 2558

ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวแรงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน จากแรงซื้อกลับของนักลงทุน

+ ราคาน้ำมันยังฟื้นตัวแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากแรงซื้อกลับ (Short Covering) ของนักลงทุนและกองทุนเฮดฟันด์ที่เข้าซื้อ-ขายทำกำไร  โดยตลอดทั้งสัปดาห์ น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 11 ซึ่งถือเป็นการปิดบวกรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 4 ปีครึ่ง หลังจากก่อนหน้านี้ปรับลดลงแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 6 ปีครึ่ง ในวันที่ 24 ส.ค. จากความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันดิบ รวมถึงภาวะอุปทานล้นตลาดที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะคลี่คลายลง

-/+ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ (สิ้นสุดวันที่ 28 ส.ค.) ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1 แท่น สู่ระดับ 675 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา และเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่ากำลังผลิตของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูง ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตและขุดเจาะน้ำมันดิบบางแห่งได้วางแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงเดือน พ.ค. และ มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยราว 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบในเดือน ส.ค. ปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 20 จากเดือน มิ.ย. นักวิเคราะห์คาดว่าการปรับเพิ่มขึ้นของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบอาจจะสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้

+/- เวเนซุเอลากำลังติดต่อประเทศสมาชิกอื่นๆในกลุ่มโอเปค เพื่อผลักดันการจัดการประชุมฉุกเฉินขึ้นร่วมกับรัสเซีย และมุ่งหามาตรการเพื่อกระตุ้นราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงอย่างแรง อย่างไรก็ตาม สมาชิกบางส่วนของกลุ่มโอเปคในภูมิภาคตะวันออกกลางระบุว่ามีความเป็นไปได้น้อยที่โอเปคจะจัดการประชุมฉุกเฉินขึ้น หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดิอาระเบีย ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวแทนจากซาอุดิอาระเบียได้ระบุว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจัดการประชุมดังกล่าว

+/- นายสแตนเลย์ ฟิชเชอร์ รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังไม่ฟันธงเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. นี้ โดยกล่าวว่า ในขณะนี้ นับว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดได้ว่า Fed จะปรับขั้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ Fed มีแนวโน้มสูงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เมื่อจีนประกาศลดค่าเงินหยวนในวันที่ 11 ส.ค. ส่งผลกระทบให้ตลาดหุ้นและการเงินทั่วโลกผันผวนอย่างหนัก ทำให้ Fed ต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วน นอกจากนี้ ฟิชเชอร์ยังระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐ กำลังฟื้นตัวได้ดี และ Fed ก็ยังมีเวลาในการตัดสินใจก่อนที่จะถึงการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 16-17 ก.ย.

- ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ประจำเดือน ส.ค. ปรับลดลง มากกว่าที่คาดไว้ สู่ระดับ 91.9 โดยต่ำกว่า 92.9 ซึ่งเป็นตัวเลขเบื้องต้นของเดือนส.ค. และต่ำกว่าระดับ 93.1 เมื่อเดือนก.ค. นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นประจำเดือนส.ค. ยังลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. จากความกังวลต่อภาวะผันผวนในตลาดหุ้น และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากอุปทานน้ำมันเบนซินโลกที่มีแนวโน้มตึงตัวขึ้น หลังจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ปิดซ่อมบำรุงหน่วยผลิตน้ำมันเบนซินอย่างฉุกเฉิน ประกอบกับปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังของสิงคโปร์ที่ลดลง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการซื้อจากภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก รวมถึงอุปทานส่วนเกินบางส่วนที่ลดลง หลังโรงกลั่นน้ำมันในเอเซียเหนือลดกำลังการกลั่นลง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากภาวะอุปทานล้นตลาด จากแรงกดดันของปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลจากจีนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 43 - 48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 48 - 53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบางและมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ทำให้นักวิเคราะห์โดยส่วนใหญ่เชื่อว่าในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ในครั้งถัดไปในเดือน ก.ย.ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีแนวโน้มจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับต่ำในปัจจุบันออกไปก่อน ทำให้นักลงทุนโดยส่วนใหญ่คลายกังวลลง อย่างไรก็ดี ด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ดีขึ้นทำให้ FED อาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

- ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 3 ก.ย. ว่าจะมีการปรับเพิ่มวงเงินในการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE) หรือยืดระยะเวลาของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือไม่ หลังการปรับตัวลดลงอย่างหนักของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนอาจจะทำให้เศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนอาจจะชะลอตัวลงและทำให้อัตราเงินเฟ้อไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยปัจจุบัน ECB มีการเข้าซื้อสินทรัพย์กว่า 6 หมื่นล้านยูโรทุกเดือน โดยนโยบายดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ มี.ค. 58 และจะสิ้นสุดใน ก.ย. 59

- สถานการณ์ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจจีนว่าจะมีทิศทางอย่างไร หลังการปรับลดลงของตลาดหุ้นจีนในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าของตลาดหุ้นจีนหายไปกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับภาคอุตสาหกรรมของจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงหลังการรายงานดัชนีการผลิต (Caixin PMI) พบว่ายังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า หลังยอดคำสั่งซื้อปรับลดลง

- ปริมาณนํ้ามันดิบคงคลังของสหรัฐ ที่อาจไม่ปรับลดลงต่อเนื่อง แม้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีการปรับลดลงมากถึง 5.5 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 450.8 ล้านบาร์เรลก็ตาม แต่การปรับลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังดังกล่าวเกิดจากผลของการนำเข้าที่ลดลง ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงกังวลว่าอุปสงค์น้ำมันสำเร็จรูปที่คาดว่าจะชอตัวลงหลังสิ้นสุดฤดูขับขี่ของสหรัฐ และโรงกลั่นน้ำมันโดยส่วนใหญ่ที่จะเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงอีกครั้ง จะทำให้ปริมาณสต็อกน้ำมันดิบคงคลังปรับเพิ่มขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบ

                                                              -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999