วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 24-28 สิงหาคม 2558

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 6 ปีครึ่ง ขณะที่ดัชนี SET ร่วงลงในช่วงต้นสัปดาห์

ก่อนทยอยฟื้นตัวขึ้นหลังทางการจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม


สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

- เงินบาทร่วงแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 6 ปีครึ่งที่ 35.92 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยแรงขายเงินบาทเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่ ธปท. ประกาศผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนในต่างประเทศสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย (และกล่าวว่า เงินบาทที่อ่อนค่าลงยังสอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ) นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยกดดันจากความต้องการเงินดอลลาร์ฯ ในช่วงใกล้สิ้นเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า การอ่อนค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค และแรงขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ

- สำหรับในวันศุกร์ (28 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 35.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.65 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 ส.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (31 ส.ค.-4 ก.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.80-36.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามประกอบด้วยกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ สถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดการเงินของจีน รวมถึงดัชนี PMI เดือนส.ค. ของหลายๆ ประเทศ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ การจ้างงานนอกภาคเกษตร การจ้างงานภาคเอกชน อัตราการว่างงาน ดัชนี PMI ภาคการผลิต/ภาคบริการเดือนส.ค. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน รายจ่ายด้านการก่อสร้าง และข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนก.ค.

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย

- ดัชนี SET ปรับร่วงลงในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนทยอยฟื้นตัวขึ้น หลังทางการจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,365.94 จุด เพิ่มขึ้น 0.02% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 6.09% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 52,809.90 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 552.28 จุด ลดลง 4.19% จากสัปดาห์ก่อน

- ตลาดหุ้นไทยปรับร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือนในวันจันทร์ จากความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกให้ร่วงลงอย่างหนัก ก่อนที่ดัชนีจะฟื้นขึ้นในวันอังคารจากแรงซื้อหุ้นกลับ อย่างไรก็ตาม ดัชนีปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันพุธ จากการขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นได้ในช่วงปลายสัปดาห์ โดยนักลงทุนคลายความกังวลลงบางส่วน หลังจากที่ทางการจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง รวมทั้ง ความคาดหวังเชิงบวกต่อทีมเศรษฐกิจชุดใหม่


สำหรับสัปดาห์ถัดไป (31 ส.ค.- 4 ก.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,380 และ 1,400 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,345 และ 1,320 จุด โดยปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การรายงานข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนของ ธปท. ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศ คงได้แก่ ถ้อยแถลงของรองประธานเฟดในการประชุมธนาคารกลางที่ Jackson Hole ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ ข้อมูลภาคการผลิต ข้อมูลการค้า และเครื่องชี้ตลาดแรงงาน นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการรายงานข้อมูล PMI ในยูโรโซน และจีน