วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บล.เออีซี'แถลงยืนยันกรณีโอนหุ้น'ชูวงษ์'ถูกต้อง

ผู้บริหาร บล.เออีซี จำกัด แถลงชี้แจงโอนหุ้นกรณี "ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง" ยืนยันถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน พร้อมให้ความร่วมมือตำรวจมาโดยตลอด

นายพิสิทธิ์ ปทุมบาล กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงการโอนหุ้น กรณีนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ว่า ส่งผลกระทบกับบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม โดยขอยืนยันว่า ระบบงานของบริษัทมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง ควบถ้วนและรัดกุม ตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ขณะเดียวกันตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ตามข่าว บริษัทได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนมาโดยตลอด

นายอังกูร พิมพะกร กรรมการ และกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากนายชูวงษ์ผ่านทางเจ้าหน้าที่การตลาดตั้งแต่ขั้นตอนการจัดส่งเอกสารคำขอถอน/โอนหลักทรัพย์ ในวันที่ 5 มิ.ย.58 และในวันที่ 6 มิ.ย. 58 นายชูวงษ์ติดต่อกับบริษัทหลักทรัพย์ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดพร้อมแจ้งขอโอนหุ้นเข้าบัญชีของน.ส.ศรีธรา พรหมา โดยระบุว่ามีความเกี่ยวข้องเป็นญาติ ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทหลักทรัพย์จึงโอนหุ้นให้ตามที่นายชูวงษ์ร้องขอในวันที่ 8 มิ.ย. 58 จึงถือว่าขั้นตอนการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ครบตามหลักเกณฑ์ ส่วนกรณีการใช้ปากกาเคมีที่สามารถลบได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้นบริษัทไม่สามารถทราบได้เพราะต้องใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ บริษัททำได้เพียงตรวจสอบลายมือชื่อว่าตรงกับลูกค้าหรือไม่เท่านั้น และเมื่อเกิดเหตุดังกล่าวได้ย้ายให้ น.ส.อุรชา ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแนะนำการลงทุน แต่ น.ส.อุรชา ขาดงานติดต่อกันเกิน 3 วัน จึงต้องเชิญออกตามกฎระเบียบของบริษัท พร้อมยืนยันว่า บริษัทไม่มีความสนิทสนมส่วนตัวกับนายชูวงษ์

ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ว่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 นายชูวงษ์ได้มาติดต่อที่บริษัท เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัท รวม 2 บัญชี ประเภท คือ บัญชี Cash Balance และ Cash Account ต่อมาวันที่ 12 ธันวาคม 2557 นายชูวงษ์ได้โอนหุ้น BBL CPN และ PTTEP รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท จากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งมายังบัญชีของตัวเองที่เปิดไว้กับบริษัท ทั้งนี้ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 นางสาวอุรชาเริ่มเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด (มหาชน) จากนั้นวันที่ 16-19 กุมภาพันธ์ 2558 นายชูวงษ์ได้โอนหลักทรัพย์ในบัญชีของตัวเองไปยังบัญชีที่เปิดไว้กับบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบัญชีของนายชูวงษ์เช่นกัน

หลังจากนั้นวันที่ 29 พฤษภาคม 2558 นางสาวศรีธรา พรหมาได้เปิดบัญชีที่บรษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ต่อมาวันที่ 5 มิถุนายน 2558 พนักงานของนายชูวงษ์ได้นำใบคำขอถอน/โอน หลักทรัพย์ BBL CPN และ PTTEP มามอบให้กับ น.ส. อุรชา วชิรกุลฑล เจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน เพื่อให้ช่วยดำเนินการโอนหลักทรัพย์ดังกล่าวให้กับ น.ส.ศรีธรา พรหมา โดยแจ้งให้ น.ส.สุรดา เที่ยงธรรม หัวหน้า สายงานปฏิบัติงานตลาดลงนาม เพื่อส่งให้กับฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์ ดำเนินการตามเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ หลังจากที่ฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์ได้รับเอกสารดังกล่าว ได้ตรวจสอบเปรียบเทียบลายมือของนายชูวงษ์ที่ให้ไว้ พบว่าลักษณะถูกต้องตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อที่ให้ไว้กับบริษัท จึงได้โทรศัพท์ติดต่อกับนายชูวงษ์ เพื่อยืนยันการโอนหลักทรัพย์ดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ในวันที่ 5 มิถุนายน จึงไม่ได้ดำเนินการโอนหลักทรัพย์ จนเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายชูวงษ์ได้โทรศัพท์ติดต่อมายังบริษัทผ่านทาง น.ส.อุรชา จากนั้น น.ส.อุรชาได้โอนสายให้ฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์ สอบถามและได้รับการยืนยันว่าเป็นนายชูวงษ์ โดยยืนยันว่าต้องการโอนหลักทรัพย์ทั้ง 3 รายการ ให้กับ น.ส.ศรีธรา จริง พร้อมกับแจ้งว่า น.ส. ศรีธรา มีความสัมพันธ์เป็นญาติ ทางฝ่ายปฏิบัติการหลักทรัพย์จึงดำเนินการโอนให้ตามความประสงค์ หลังจากนั้นวันที่ 10 มิถุนายน บริษัทหลักทรัพย์ได้ส่งหลักฐานการโอนหุ้น (Confirm) ไปยังนายชูวงษ์ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ และวันที่ 15 มิถุนายน นายชูวงษ์ได้สั่งขายหุ้นในบัญชีของตนเองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตอีกหลายประการ และบริษัทได้จัดส่งข้อมูลหุ้นคงเหลือในบัญชีให้แก่นายชูวงษ์ ทาง E-mail ตาม E-mail address ที่ให้ไว้กับบริษัท ซึ่งกระบวนการดังกล่าวแสดงว่ามีการรับรู้การโอนหุ้นและจำนวนหุ้นคงเหลือในบัญชีดังกล่าว