วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (28 ส.ค.58)

ปัจจัยบวกทั้งในและนอกประเทศ

คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงวันนี้ จากข่าวบวกทั้งภายในและนอกประเทศ ตลอดจนการฟื้นตัวแรงของราคาน้ำมัน ภายในประเทศคำกล่าวของดร.สมคิดที่จะเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและนักท่องเที่ยวเร่งตัวในต่างจังหวัด ทำให้อารมณ์ของตลาดดีขึ้น ภายนอกประเทศเศรษฐกิจสหรับที่ขยายตัวแข็งแกร่งมากในไตรมาส 2 และภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ ก็แข็งแกร่งเป็นปัจจัยหนุนหุ้นทั้งโลก

หุ้นเด่นวันนี้: KBANK(180.00บ.; ซื้อ, ราคาเป้าหมายปี 58 AWS 220.00 บ.)

บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) เป็นหุ้นแนะนำวันนี้ เนื่องจากได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล KBANK รายงานสินทรัพย์และหนี้สินในเดือนกรกฎาคม สินเชื่อเติบโต 0.6% MoMและ 2.8% YTD สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ ตัวเลขดอกเบี้ยค้างรับ ซึ่งถือว่าเป็นตัวชี้วัดแนวโน้ม NPL ที่ดี ในเดือนนี้ค่อนข้างจะทรงตัวโดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 2 ล้านบาท เทียบกับ 74 ล้านบาทในไตรมาส 2/58 พัฒนาการที่ดีขึ้นในเดือนนี้ทำให้เราค่อนข้างมั่นใจว่าผลประกอบการได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/58 นอกจากนี้ KBANK จะยังคงได้รับการสนับสนุนจากการขยายตัวที่แข็งแกร่งของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และจากการร่วมมือกับ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต แม้เราคาดการณ์ กำไรจะลดลง 5.2% ในปี 58 แต่ยังคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 14.6% ในปี 59 ธนาคารยังได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.50 บาท/หุ้น และ XD วันที่วันที่ 8 ก.ย.58และจ่ายเงินวันที่ 25 ก.ย.58 Price Pattern ของ KBANK ปรับฐานมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพ.ย.57แต่ ล่าสุดได้กลับมาเกิดสัญญาณซื้อรายวันครั้งใหม่ และสัญญาณ Bullish Divergence นอกจากนี้ความไม่สอดคล้องกันระหว่าง Price Pattern และ RSI (Relative Strength Index) ก็บ่งชี้ว่าเกิดสัญญาณ Reversal Pattern ของ KBANK จากการที่ได้เกิดการปรับฐานลงมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน คาดว่าน่าจะได้เห็น KBANK ปรับตัวขึ้นต่อไปเพื่อไปทดสอบเป้าหมายแรกที่ 183.50 บ. และเป้าหมายถัดไปที่ 196.50 บ. ตามลำดับ (แนวต้าน: 181.50, 183.00, 186.50; แนวรับ: 178.50, 177.00, 173.50)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• รัฐบาลเน้นกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด วานนี้ ได้ชี้แจงนโยบายแก่นักธุกิจ 800 รายว่าจะมุ่งเน้นฟื้นแผนที่จะกระตุ้นความเชื่อมั่นระยะสั้นของนักลงทุนและผู้บริโภค และต้องการกระตุ้นอำนาจซื้อภายในประเทศโดยตรงมากกว่าการกระตุ้นการส่งออก (Bangkok Post)

• รัฐบาลกลับมาใช้กองทุนหมู่บ้านและโอทอปใหม่ รัฐบาลจะนำนโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) และนโยบายกองทุนหมู่บ้านกลับมาใช้ใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า ตามนโยบายของรองนายกสมคิด รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการอาหารและเพิ่มมูลค่าแก่สินค้าเกษตร, ยานยนต์และชิ้นส่วน ตลอดจนผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ (The Nation)

• ข่าวการท่องเที่ยวไม่เลวร้ายทั้งหมด ขณะที่มีรายงานว่าโรงแรมและทัวร์ถูกยกเลิก สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่กล่าวว่าจำนวนผู้มาเที่ยวเชียงใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เกิดเหตุระเบิด 17 ส.ค. การจองโรงแรมเพิ่มขึ้นกระตุ้นอัตราการเข้าพัก 70-80% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 90-95% เทียบกับ 40-50% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (Bangkok Post)

• สต็อกอสังหาเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของไทย 10 อันดับแรกรายงานห้องพักยังไม่ส่งมอบ ที่ดินยังไม่ได้ทำการพัฒนาและโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง รวมถึงบ้านพร้อมอยู่ มีมูลค่ารวมทั้งหมด 322.82 พันลบ. หรือเพิ่มขึ้น 6.52% YoY (The Nation)

• LPN(15.60 บ) เชื่อว่าจะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งคลังของปีนี้หลังจากที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. โดยบริษัทเปิดเผยว่ามีผู้ที่สนใจกลับเข้ามาจับจองซื้อที่อยู่อาศัยของบริษัทในที่สุดหลังจากผ่านการตัดสินใจนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในช่วงที่เหลือของปีนี้ LPN วางแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการมูลค่ารวม 1.0 หมื่นลบ. เป็นไปตามเป้าหมายสำหรับยอด Presales ที่จะแตะระดับ 2.0 หมื่นลบ.ในสิ้นปีนี้ ขณะที่แนวโน้มรายได้ในปีนี้ยังคงเป็นไปตามเป้าที่ 1.6 หมื่นลบ. เติบโต 23% YoYหลังจากที่บันทึกรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 47% YoYมาอยู่ที่ 7.4 พันลบ. (The Nation)

ต่างประเทศ:

• เศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตอย่างมากในไตรมาส 2/58 จากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่งทั้งตลาดแรงงาน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการใช้จ่ายผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้เฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ถึงแม้ว่ามีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของการเติบโตของเศรษฐกิจจีนและความวุ่นวายทางการเงินทั่วโลกที่อาจจะทำให้เฟดชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน (AWS)

สหรัฐ:

• ดัชนีในตลาดหุ้นสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 2% เมื่อวันพฤหัสบดี จากตัวเลขการเติบโตของจีดีพีสหรัฐซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ และการพูดเป็นนัยจากเฟดว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นซึ่งทำให้มีการมองในแง่ดีว่าความโกลาหลที่เกิดขึ้นในตลาดเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ตลาดหยุดร่วงเมื่อวันพุธหลังจากประธานเฟดสาขานิวยอร์ก นายวิลเลียม ดัดลีย์ได้กล่าวว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนกลายเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นน้อยลง (Reuters)

• จีดีพีสหรัฐขยายตัวอยู่ที่ 3.7% YoYในไตรมาส 2/58 เทียบกับรายงานในเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ 2.3% นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของจีดีพีในไตรมาส 2/58 จะถูกปรับตัวเลขเป็น 3.2% เศรษฐกิจขยายตัวขึ้น 0.6% YoYในไตรมาส 1/58 ตัวเลขจีดีพีขยายตัว 2.2% YoYในครึ่งแรกปี 58 เทียบกับครึ่งแรกปี 57 ซึ่งขยายตัว 1.9% (Reuters)

• เศรษฐกิจภายในประเทศมีความแข็งแกร่ง อุปสงค์ในประเทศในภาคเอกชนของสหรัฐซึ่งไม่รวมภาคการค้าขายกับต่างประเทศ สินค้าคงคลังและการใช้จ่ายของภาครัฐเพิ่มขึ้น 3.3% ในไตรมาส 2/58 ต่างจากที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.5% การใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งคิดเป็นมากกว่าสองในสามของจีดีพีสหรัฐโตขึ้น 3.1% สูงกว่าตัวเลขในเดือนก่อนที่ 2.9% การใช้จ่ายของผู้บริโภคเริ่มสูงขึ้นในไตรมาส 3/58 จากยอดขายปลีกที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเดือนกรกฎาคม (Reuters)

• จำนวนผู้ขอรับสิทธิการว่างงานของสหรัฐลดลง 6,000 ราย อยู่ที่ 271,000 รายในสัปดาห์ก่อน เป็นสัปดาห์ที่ 25 ติดต่อกันที่จำนวนผู้ขอรับสิทธิต่ำกว่า 300,000 ราย ซึ่งโดยปกติเป็นตัววัดถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปปิดบวกในวันพฤหัส หนุนโดยการปรับตัวขึ้นแรงของ ตลาดหุ้นเอเซีย และสหรัฐ หลังจากเจ้าหน้าที่ของ Fed กล่าวว่าโอกาสปรับอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ลดลงมาก (Reuters)

• การเปลี่ยนสินเชื่อภาคธุรกิจในยุโรปในเดือน ก.ค. ขยายตัวแรงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2012 สินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัว 0.9% MOM ในเดือน ก.ค.จากที่ขยายตัว 0.2% MOM ในเดือน มิ.ย.และการเปลี่ยนแปลงสินเชื่อภาคครัวเรือนขยายตัว 1.9 % จาก 1.7% จากตัวเลขของ ECB (Reuters)

• กรีซแต่งตั้งผู้พิพากาศาลฎีกาเป็นนายกรักษาการก่อนเลือกตั้ง เมื่อวันพฤหัสหลังจากอดีตนายก อเล็กซิส ไซปลาส ลาออกก คาดว่ากรีซจะมีการเลือกตั้วันที่ 20 ก.ย.(Reuters)


เอเชีย:

• แรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อและการใช้จ่ายที่ชะลอตัวBOJ กำลังเผชิญ โดยตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคพื้นฐาน (Core Consumer Inflation) เดือน ก.ค. ทรงตัวจากปีก่อนหน้า เทียบกับที่ตลาดประเมินว่าจะหดตัวลง 0.2% ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือน ก.ค. เพิ่มสูงขึ้นเพียง 0.2% YoYน้อยกว่าที่ตลาดประเมินว่าจะขยายตัว 1.3% (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาทองคำเมื่อวันพฤหัสบดีปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แต่น่าจะอ่อนตัวลงวันนี้ โดยราคาทองคำปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดีปรับตัวสูงขึ้น 0.16 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้ามาอยู่ที่ 1,125.931 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามราคาทองคำวันนี้น่าจะได้รับแรงกดดันจากตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและตัวเลข GDP สหรัฐฯ ที่ได้รับการทบทวนสูงขึ้นอย่างมีนัยฯ (Reuters)

• ราคาน้ำมันดิบเมื่อวันพฤหัสบดีดีดตัวแรงถึง 10% มากที่สุดในรอบ 6 ปีโดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ประกอบกับแรงหนุนจากทางด้าน Supply หลังจากที่ Shell ประกาศการหยุดผลิตน้ำมันดิบฉุกเฉินในประเทศไนจีเรีย ขณะที่ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ณ แหล่ง Cushing ได้ปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับตัวสูงขึ้น 3.96 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (+10.3%) จากวันก่อนหน้ามาอยู่ที่ 42.56 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวสูงขึ้น 4.42 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 47.56 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (Reuters)