วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ROBINS - ซื้อ

กำไรยังคงเติบโตท่ามกลางการบริโภคที่อ่อนตัว

ประเด็นการลงทุน

หลังจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงจากการเทขายในตลาดที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายของ ROBINS อยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจมาก โดย ROBINS ซื้อขายที่ระดับ PER ปี 2558 ที่เพียง 20.2x และ ปี 2559 ที่ 17.1x เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 25.5x ถึงแม้การดำเนินการของห้างสรรพสินค้าของ ROBINS ยังมีแรงกดดันจากการบริโภคในประเทศที่อ่อนแอ เราคาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรระหว่างปี 2558-59 ของ ROBINS ยังคงดีกว่าของตลาด ทั้งนี้เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ”

ยอดขายสาขาเดิมอ่อนแอ แต่กำไรแข็งแกร่ง

ผู้บริหารได้กล่าวไว้ว่าการจับจ่ายของผู้บริโภคในสาขาต่างๆของ ROBINS ยังคงอ่อนแอ โดยยอดขายสาขาเดิมตั้งแต่ไตรมาส 3/58 จนถึงปัจจุบัน หดตัวลง 2-3% และมีแนวโน้มว่าจะยังคงหดตัวลงต่อเนื่องในระดับนี้จนถึงปลายปีนี้ อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวไม่ได้แย่กว่าที่เราและตลาดคาดไว้ โดยเรายังคงใช้ประมาณการยอดขายสาขาเดิมในครึ่งหลังของปีที่ -5% แต่คาดว่ากำไรของ ROBINS จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 20% YoY ในครึ่งหลังของปี หนุนโดยรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นถึง 38% YoY

ROBINS ชะลออัตราการขยายสาขาลงอีก แต่มีผลกระทบไม่มากนัก

ROBINS ได้ปรับลดจำนวนสาขาใหม่ในปี 2559 มาอยู่ที่ 2 สาขา (Lifestyle Center หนึ่งสาขา และในห้าง CPN อีกหนึ่งสาขา) จากเดิมที่ 3 สาขา เนื่องจากบริษัทคาดว่าการบริโภคยังไม่ฟื้นตัวในระยะสั้น สำหรับปี 2560 ROBINS ยังไม่ได้มีแผนการขยายสาขาที่แน่ชัด แต่เราเชื่อว่า ROBINS น่าจะยังไม่กลับมาขยาย 4-5 สาขาต่อปีจนกว่าบริษัทจะเห็นแนวโน้มการบริโภคที่ฟื้นตัว ทั้งนี้การปรับลดการขยายสาขา ทำให้เราปรับประมาณการผลประกอบการปี 2560-61 ลง 1% และ 2% ตามลำดับ รวมทั้งปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 55.50 บาท จากเดิมอยู่ที่ 56 บาท

แผนการปรับปรุงสาขาเดิมยังเป็นไปตามเป้า

แม้ ROBINS จะชะลอการขยายสาขา แต่แผนปรับปรุงในสาขา 20 อันดับแรกภายในสิ้นปี 2559 เพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของสาขาใหม่ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานวันที่ 18 มิ.ย.) ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดย 2 สาขา (สาขารังสิตและแฟชั่น ไอส์แลนด์) ได้ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่อีก 4 สาขา (สาขาศรีราชา นครศรีธรรมราช จังซีลอน และ ตรัง) มีแผนปรับปรุงเสร็จภายในไตรมาส 3/58 ก่อนที่ฤดูกาลจับจ่ายจะเริ่มขึ้น ทั้งนี้ผู้บริหารกล่าวว่าปกติแล้วยอดขายจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า 10% หลังการปรับปรุง แต่ด้วยสภาพการบริโภคที่ยังคงอ่อนตัว อัตราการเติบโตของยอดขายอาจต่ำกว่า 10% เล็กน้อย อย่างไรก็ตามเราคาดว่าจะเห็นตัวเลขการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่ค่อนข้างดีหลังการปรับปรุงของทุกสาขาได้เสร็จสิ้นแล้ว


สัดส่วนสินค้าแบรนด์ตนเองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

การเพิ่มสัดส่วนสินค้าแบรนด์ตนเองเป็นปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งที่จะหนุนกำไร (จากอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น) ในระยะกลาง-ยาว โดยผู้บริหารกล่าวว่าการเปิดตัว exclusive brand ใหม่ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดี โดยแบรนด์ใหม่เหล่านี้น่าจะช่วยทำให้สัดส่วนของยอดขายสินค้าตนเองเพิ่มขึ้นจาก 8% ในปี 2557 เป็น 9% ในปี 2558 และ 15% ในปี 2561