วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

GFPT - ถือ

ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงอีกครั้ง

ประเด็นการลงทุน

ภายใต้สถานการณ์ที่การระบาดของไข้หวัดนกในสหรัฐฯ เริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงการคาดการณ์ว่ากรมปศุสัตว์ไทยจะเริ่มให้มีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่เข้ามาจากสหรัฐฯ อีกครั้งหนึ่งภายใน 3-4 เดือนข้างหน้า เราประเมินว่าเริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้น รวมถึงเราตั้งข้อสงสัยว่าราคาไก่ในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงหรือไม่ในปี 2559 ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดแคลนพ่อแม่พันธุ์ไก่ที่เคยคาดก่อนหน้า โดยภาพรวมเราประเมินว่ากำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 จะยังคงมีแนวโน้มลดลง YoY เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกที่ลดลง YoY ภาวะของอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศผู้นำเข้าที่ยังคงผันผวนอย่างมาก รวมถึงภาวะเศรษฐกิจและภาวะการบริโภคของประเทศในอียูและทั่วโลกที่ยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง เรายังคงคำแนะนำ ถือ หุ้น GFPT เนื่องจากผลประกอบการปี 2558 ที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งจะยังคงไม่เห็นทิศทางของการฟื้นตัวจนกว่าจะถึงปี 2559

ปริมาณยอดส่งออกในไตรมาส 3/58 ลดลง YoY

เราคาดปริมาณยอดส่งออกของ GFPT ที่ 6,000 ตันในไตรมาส 3/58 ลดลง 14% YoY (เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงอ่อนแอ รวมถึงค่าเงินของประเทศผู้นำเข้าที่อ่อนค่าลงอย่างมาก) แต่เพิ่มขึ้น 13% QoQ (เนื่องจากไตรมาสสามเป็นช่วงไฮซีซั่นของการส่งออก) เราคาดราคาไก่ส่งออกเฉลี่ยที่ 4,200 เหรียญต่อตัน ทรงตัว YoY และ QoQ เราเชื่อว่าการปรับเพิ่มราคาส่งออกนั้นคงเป็นไปได้ยากมาก ภายใต้สถานการณ์ของภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงราคาไก่ในประเทศที่ยังคงทรงตัว และการลดราคาขายของสหฟาร์มให้กับลูกค้าอียูอีก 200-300 เหรียญต่อตัน และเนื่องจากภาวะที่ราคาผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำในไตรมาส 3/58 ทั้งจีเอฟเอ็นและแม็คคีย์หันมาทำการเพิ่มสัดส่วนของส่งออกให้มากขึ้น เราคาดปริมาณยอดส่งออกของจีเอฟเอ็นและแม็คคีย์อยู่ที่ 10,500 ตัน (เพื่มขึ้น 17% YoY และ 5% QoQ) และ 8,000 ตัน (เพิ่มขึ้น 33% YoY และ 5% QoQ) ตามลำดับ

สถานการณ์ไข้หวัดนกในสหรัฐฯ คลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงเดือนก.ค.ถึงส.ค.

ผู้บริหารคาดว่าราคาไก่ในประเทศ (และราคาผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศ) มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในช่วงเดือนพ.ย. (หลังจบเทศกาลกินเจในเดือนต.ค.) และมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปสูงกว่า 55 บาทต่อกก.ภายในปี 2559 (ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากภาวะการขาดแคลนอุปทานพ่อแม่พันธุ์จากการระบาดของไข้หวัดนกในสหรัฐฯ อังกฤษและเยอรมนีในปี 2558)


แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ไข้หวัดนกในสหรัฐฯ ที่เริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา เราจึงคาดว่ากรมปศุสัตว์ไทยมีแนวโน้มที่จะอนุญาตให้มีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากสหรัฐฯ ได้อีกครั้งภายในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า ดังนั้นถ้าราคาไก่ในประเทศปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 4/58 เราเชื่อว่าน่าจะเป็นแค่การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาไก่ในช่วงระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะการขาดแคลนพ่อแม่พันธุ์ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น เรายังคงตั้งข้อสงสัยว่าราคาไก่ในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงได้หรือไม่ตั้งแต่ไตรมาส 4/58 จนถึงปี 2559 เนื่องจากภาวะอุปทานไก่ที่ยังคงล้นตลาด ณ ปัจจุบันซึ่งเป็นผลมาจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของสหฟาร์มและไทยฟู้ดส์กรุ๊ป และยังมีช่องทางอื่นอีกสำหรับการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์มาจากประเทศนิวซีแลนด์ได้ด้วยเช่นกัน

ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558-59 ลงอีก 10-11%

เนื่องจากรายได้รวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 ลดลง 7% YoY เราจึงทำการปรับลดประมาณการรายได้สำหรับทั้งปี 2558 ลงอีก 6% (เหลือ 1.75 หมื่นล้านบาท) เพื่อสะท้อนสมมติฐานราคาขายชิ้นส่วนไก่ในประเทศและปริมาณยอดส่งออกที่ลดลงจากเดิม ส่งผลให้เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลงอีก 11% สำหรับในปี 2558 (เหลือ 933 ล้านบาท) และ ลงอีก 10% สำหรับในปี 2559 (เหลือ 1.02 พันล้านบาท) เราทำการปรับลดราคาเป้าหมายลงอีก 12% (เหลือ 8.80 บาท)