"อภิศักดิ์" รมว.คลัง เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า พร้อมเดินหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ไม่กังวลหุ้นร่วง ชี้เกิดจากปัจจัยทั่วโลก
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการเข้าทำงานในกระทรวงการคลังวันแรก ว่า หลังจากที่หารือในเบื้องต้นกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร กรมศุลกากร พบว่า หน่วยงานในกระทรวงการคลังดำเนินการได้ดีอยู่แล้ว และยืนยันว่านโยบายทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงเหมือนเดิม เนื่องจากเป็นรัฐบาลชุดเดิม เพียงแต่มีการเปลี่ยนผู้ดำเนินการเท่านั้น
“ของเดิมที่ทำทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เรายอมรับว่าต้องใช้เวลาในการดำเนินงานกว่าจะเห็นผล จึงส่งผลให้เกิดช่องว่าง คนเลยรู้สึกว่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เราจึงพยายามเติมช่องว่างเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจทรุดลงไป”นายอภิศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการต่อ เช่น เงินที่จะเติมให้กับประชาชน รากหญ้า ทั้งผู้ที่มีรายได้น้อยทั่วไป เกษตรกร เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยการช่วยเหลือดังกล่าวนั้น จะมีการหารือกับสถาบันการเงินต่างๆให้เข้ามาช่วยเหลือ โดยจะพยายามเร่งดำเนินการภายใน 1 เดือนหลังจากนี้ นอกจากนี้ยังจะเดินหน้าเรื่องของเงินทุนภาครัฐ ซึ่งมีโครงการอยู่แล้ว ซึ่งจะเร่งเดินหน้าเบิกจ่ายในโครงการเล็กๆให้เบิกจ่ายได้เร็วขึ้น เบื่อกระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ ในการกระจายหลายได้
“การเร่งเบิกจ่าย เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ ก็เป็นหลักการเดียวกับการกระจายรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำของรัฐบาล”นายอภิศักดิ์ กล่าว
ส่วนที่อยากดำเนินการเพิ่มเติม เช่น การพัฒนาระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท.เพื่อให้เกิดการชำระเงินเป็นอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการชำระเงิน นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บภาษี ซึ่งจะช่วยในการสร้างฐานภาษีเพิ่มเติม รวมทั้งจะเร่งดำเนินการในด้านให้ผู้ประกอบการในไทยใช้บัญชีเดียว เพื่อเป็นพื้นฐานในระยะข้างหน้า
สำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ยืนยันว่า ทุกมาตรการและทุกเรื่องที่เตรียมเสนอเข้าครม.นั้น จำเป็นที่จะต้องกลับนำกลับมาทบทวนใหม่ ซึ่งรวมไปถึงการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างด้วย เพื่อเดินหน้าในแนวทางใหม่ ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น คงยังไม่สามารถตอบได้ในเวลานี้
“เวลานี้คงตอบอะไรมากไม่ได้ วันนี้เป็นเพียงกรอบคร่าวๆเท่านั้น ส่วนหนึ่งที่ดำเนินการเพื่อพยุงเศรษฐกิจระยะสั้น และสร้างโครงสร้างการเติบโตในระยะยาวในอนาคต ส่วนการช่วยเหลือรากหญ้านั้น คนที่ลำบากตอนนี้ก็ไม่ใช่เฉพาะชาวนา ยังมีคนที่มีรายได้น้อยที่อยู่ในเมืองด้วย คงต้องให้แบงก์เข้ามาช่วยในส่วนนี้”นายอภิศักดิ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่ตลาดหุ้นปรับลดลงแรงกว่า 50 จุดนั้น หุ้นลงเพราะมีคนขาย โดยมองว่าหลังจากที่มีนโยบายอะไรออกมาตอนนี้นั้น ทุกอย่างน่าจะปรับตัวดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ร่วงในประเทศนั้นไม่ได้เกิดเพราะสถานการณ์ในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากปัจจัยทั่วโลกประกอบกัน ซึ่งถามว่าเป็นห่วงหรือไม่นั้น หากมีอะไรที่มาฉุดให้เศรษฐกิจแย่ไปมาก ก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา









