ถือเงินสด รอดูตลาดโลกหาจุด Bottom และ Fund flow หยุดการไหลออกจากตลาดหุ้น
Market Outlook
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ปรับลงต่อ วิตกเศรษฐกิจจีน/โลก แนะนำ ถือเงินสด โดยมีแนวรับลุ้นรีบาวด์บริเวณ 1345/1300 จุด
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ปรับลงต่อ โดยมีแนวรับลุ้น Technical Rebound 1345 หรือ 1300 จุด หลังสินทรัพย์เสี่ยง และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทั่วโลก สัปดาห์ที่ผ่านมา ดิ่งลงแรง (ตลาดหุ้นหลักๆของโลก อาทิ สหรัฐฯ ยุโรป จีน ดิ่งลงกว่า 5%w-w น้ำมันดิบร่วงกว่า 5-7%w-w ขณะที่ค่าเงินดอลล์สหรัฐฯ กลับมาอ่อนค่าเทียบยูโร เยน ) เป็นผลจาก ตลาดวิตกเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว รายงาน PMI ภาคการผลิตเดือน ส.ค. แตะระดับต่ำสุดรอบ 77 เดือนที่ 47.1 เทียงเดือน ก.ค. ที่ 47.8) นอกเหนือจาก กระทบต่อราคา Commodity แล้ว
ยังจะส่งผลต่อต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจโลก ชะลอตัวตามมา ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดต้องการ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีผลเชิงบวกทั้งในระยะสั้นและ ระยะยาว
กลยุทธ์ แนะนำ ถือเงินสด รอดูตลาดโลกหาจุด Bottom และ Fund flow หยุดการไหลออกจากตลาดหุ้น (คาดแนวรับซื้อลุ้นรีบาวด์อยู่ที่บริเวณ 1345/1300 จุด)
ประเด็นจับตา
1) FED Rate : โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมกลางเดือน ก.ย. ยังคงมีความเป็นไปได้สูง แต่ด้วยความเชื่อมั่นที่ลดลง อิงรายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 28-29 ก.ค. แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินของเฟดส่วนใหญ่ เชื่อว่าใกล้ถึงเวลาที่เฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงิน อิงข้อความที่เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ประเมินว่า ภาวะการณ์ต่างๆ ยังไม่เอื้อต่อการคุมเข้ม นโยบายการเงิน แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่าใกล้ถึงจุดนั้นแล้ว (อัตราเงินเฟ้อ) ทั้งนี้ รายงานฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจน
ว่าเฟดจะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินครั้งหน้าในเดือน ก.ย. หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย ซึ่งรวมถึงนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ได้กล่าวย้ำว่ามีความเหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนในตลาดคาดการณ์กันในวงกว้างว่าเดือน ก.ย.หรือหลังจากนั้น เป็นช่วงเวลาที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด (เราคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุมเดือน ต.ค.)
2) การเมือง : หลังการประกาศรายชื่อครม.ประยุทธ์ 3 คาดว่าตลาดจะจับตาการประชุมครม.ใหม่ครั้งแรก กลางสัปดาห์นี้ คาดว่าจะมีอิทธิพลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย บนการคาดว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่และแรงซื้อคืนของนักลงทุนต่างชาติ หลังขายต่อเนื่อง 8 สัปดาห์กว่า 5.5 หมื่นลบ (สัปดาห์ที่ผ่านมา ขายสุทธิสูงถึง -1.7 หมื่นลบ.) ทั้งนี้ กรุงเทพโพลล์ สำรวจพบ ประชาชนส่วนใหญ่ 47% เห็นว่าโฉมหน้า ครม. “ประยุทธ์ 3” ดูดีกว่าชุดเดิม คาดจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศได้ 66% มั่นใจในตัว “สมคิด” หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แนะแก้สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ พร้อมช่วยดูแลปัญหาข้าวของแพง
3) Bomb effect : ผลกระทบจากเหตุระเบิดในประเทศไทย มักจะส่งผลกระทบเพียงระยะสั้น ขณะที่กลุ่ม Tourism จะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง ประมาณ 3-9 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาของความรุนแรง แต่ครั้งนี้อาจจะรุนแรงกว่า เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิตจำนวนมาก (กรณีที่มีผลกระทบรุนแรงสุด คือ ช่วง ธ.ค. 56 - ก.ค.57 จากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล จนถึงการรัฐประหารล่าสุด จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 9 เดือนตั้งแต่ ม.ค. - ก.ย. 57 ก่อนฟื้นตัวในเดือน ต.ค. 57 ส่งผลทั้งปี 57 จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 7% และส่งผล RevPar ลดลง 5-12% ส่วนเหตุการณ์ในอดีตอื่นๆ เช่น เกิดเหตุระเบิดปี 50 การยึดสนามบินปี 51 และการประท้วงปี 53 จะส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว ลดลงเพียง 3-4 เดือนก่อนฟื้นตัว เราคาดว่า หุ้นกลุ่มโรงแรม มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปรับลดประมาณการกำไร และราคาเป้าหมาย โดย ERW จะมีผลกระทบเชิงลบสูงสุด และ MINT มีผลกระทบน้อยสุด อิงการเป็นโรงแรมที่พึ่งพิงรายได้จากในประเทศสูงกว่า
4) XD Effect : สัปดาห์นี้คาดว่าจะมีผลกระทบต่อดัชนีตลาดฯ -3.52 จุด จากการประกาศขึ้นเครื่องหมาย XD ของบจ.ประมาณ 78 บริษัท ที่เด่นๆ ได้แก่ วันจันทร์ 24 ส.ค. INTUCH 2.40 บาท BECL 0.80 บาท วันอังคาร TUF 0.32 บาท BH 0.90 บาท CPF 0.30 บาท วันพุธ BCP 1 บาท TASCO 0.30 บาท LH 0.25 บาท วันพฤหัสฯ BJC 0.35 บาท วันศุกร์ RATCH 1.10 บาท
5) Greece : นายกฯ ซิปราสประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันพฤหัสฯ เนื่องจากปัญหาขัดแย้งภายในพรรค ทั้งนี้การเลือกตั้งใหม่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ก.ย. โดยคาดว่า ซิปราสจะกลับมาดำรงตำแหน่งได้อีกครั้ง อิงคะแนน Popular Vote 18 ก.ค. พบว่ามีคะแนนนิยม 40% ขณะที่คู่แข่งสำคัญจากพรรค Democrat มีคะแนนเพียง 20%)
สัญญาณทางเทคนิค : ระยะสัปดาห์-เดือน จะเปลี่ยนจากรูปแบบ Sideway เป็น Downtrend ขนาดใหญ่ โดยมีแนวรับหลักที่ 1200 จุด หากดัชนีฯหลุดแนวรับหลัก 1345-1340 จุดลงมา อย่างไรก็ดี สัญญาณ Oversold ของ Indicators ต่างๆ และการห่างจากเส้น SMA 25 วันที่ 1425 จุดค่อนข้างมาก จะส่งผลให้ดัชนีฯ สัปดาห์นี้มีลุ้นเกิด Technical Rebound









