รอฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
ยอดขายสินค้าหลักชะลอตัวแรง กดดันผลประกอบการตั้งแต่ 2Q58
เรายังไม่พบปัจจัยใหม่ๆหลังเข้าประชุมกับ HANA โดยแผ่นสัมผัสสำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่เป็นสินค้าหลักของบริษัทยังมียอดหดตัวลง 40% YoY ใน 2Q58 จนเหลือสัดส่วนเพียง 15% จาก 22% ของยอดขายรวม เนื่องจากตลาดโน้ตบุ๊กที่อ่อนแอ ขณะที่ลูกค้าได้สั่งสินค้าไปมากเกินความจำเป็นก่อนหน้านี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงกับลูกค้าหลักที่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบการผลิตเพื่อลดต้นทุนลงในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีทำให้ HANA ปฏิเสธออเดอร์ไปจำนวนหนึ่งและมีแผนจะทยอยลดสัดส่วนการผลิตแป้นสัมผัสในอนาคต เนื่องจากให้อัตรากำไรต่ำและต้องการลดความผันผวนของยอดขาย
ทิศทางรายได้และกำไรสุทธิครึ่งปีหลังดีขึ้น
แม้ยอดขายของสินค้าหลักใน 2H58 จะยังมีทิศทางอ่อนตัวลงต่อไป แต่กำไรจะได้แรงหนุนจาก 1)ยอดขายสินค้าใหม่กลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่เริ่มผลิตเป็นครั้งแรกใน 2Q58 จะทยอยเพิ่มสัดส่วนมากขึ้นในครึ่งปีหลัง และสินค้ากลุ่มยานยนต์ที่จะเข้ามาในช่วง 4Q58 2) การเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานลำพูนใหม่ จากที่เริ่มเปิดเมื่อต้นปี โดยปัจจุบัน (ต้น 3Q58) เริ่มใช้กำลังการผลิตขึ้นมา 20% 3) การเปิดโรงงานใหม่ที่กัมพูชาใน 4Q58 4)เงินบาทที่อ่อนค่า (ค่าเงินบาทที่เปลี่ยนแปลง 10% กระทบกำไรสุทธิ 200 ล้านบาทต่อไตรมาส) และ 5) อัตรากำไรขั้นต้นที่จะสูงขึ้นหลังจากการปรับสัดส่วนสินค้าที่ผลิต (กลุ่มเครื่องมือแพทย์และยานยนต์ซึ่งอัตรากำไรดีกว่าสินค้าหลักเดิม) ทำให้เราคาดกำไรสุทธิ 2H58 ที่คาดว่าจะเติบโต 11% HoH แต่ยังต่ำกว่าในอดีต ที่หลายๆปีสามารถเติบโตมากกว่า 20% HoH
ปรับลดประมาณการกำไรปี 58-59 ลงเฉลี่ย 23%
เนื่องจากกำไรสุทธิ 1H58 คิดเป็นเพียง 36% ของประมาณการทั้งปีของเรา เกิดจากการอ่อนตัวของสินค้าหลักรุนแรงกว่าที่เราคาดไว้ ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 - 2559 ลง โดยปรับลดสมมุติฐานยอดขายลง 10% สำหรับปี 2558 และ 9.5% สำหรับปี 2559 จากประมาณการเดิม ขณะที่คาดต้นทุนขายที่ไม่ได้ลดลงตามนักเนื่องจากยังเดินเครื่องโรงานปกติและมีต้นทุนจากโรงงานใหม่ด้วย จึงทำให้กำไรปกติลดลงเฉลี่ย 23% อยู่ที่ 2 พันล้านบาทในปี 2558 (+6% YoY) และ 2.2 พันล้านบาทในปี 2559 (+11% YoY)
คำแนะนำยังเป็น “เก็งกำไร” สินค้าหลักอ่อนแอ แต่รอสินค้าใหม่มาเติม
ภายใต้ประมาณการใหม่ HANA จะมีกำไรต่อหุ้นปี 2558 เท่ากับ 2.53 บาท บวกกับเราปรับลดเป้าหมาย PE ลงจาก 12.3 เท่า (+0.5SD ของ PE เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ของ HANA) เหลือ 11.5 (เท่า -0.5SD จากค่าเฉลี่ยของกลุ่ม เพื่อสะท้อนอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เราศึกษา) จึงได้มูลค่าเหมาะสมใหม่เท่ากับ 29.00 บาท แต่เรายังคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” จากทิศทางกำไรสุทธิครึ่งปีหลังที่คาดจะดีขึ้นและศักยภาพการเติบโตในปี 2559 ของ HANA เนื่องจากมีโรงงานใหม่ถึงสองโรง และเป็นช่วงที่เริ่มเร่งผลิตเชิงพาณิชย์ของสินค้าใหม่ๆ









