ปัจจัยลบเข้ามาพร้อมกัน
SET View
- แนวโน้ม เราประเมินว่า Sentiment เชิงลบจากตลาดหุ้นต่างประเทศจะกดดันให้ SET ปรับฐานวันนี้ โดยตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯร่วงลงกว่า 2% จาก 3 ปัจจัย ได้แก่
1) ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ยิงตอบโต้กันบริเวณชายแดน ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลก ดีดตัวขึ้นกว่า 1.6%
2) ความผันผวนของตลาดเงิน หลังจากประเทศคาซัคสถาน ประกาศลอยตัวค่าเงิน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับภาวการณ์อ่อนค่าของเงินหยวนของจีน และเงินรูเบิลของรัสเซียซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของคาซัคสถาน ทำให้สกุลเงิน Tenge อ่อนค่ามากถึง 20% ภายในวันเดียว ตลาดกังวลว่า จะเกิดความปั่นป่วนเป็นระลอกคลื่นต่อมาถึงหลายสกุลเงิน ที่จะอ่อนค่า เพื่อรักษาความสามารถทางการส่งออก
3) นายกรัฐมนตรีกรีซ ประกาศลาออกและจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ (คาด 20 ก.ย.) สร้างความกังวลว่า แผนปฏิรูปที่ให้คำมั่นสัญญาไว้กับประเทศเจ้าหนี้ อาจต้องสะดุดลง หากพรรคฝ่ายค้าน กลับขึ้นมามีอำนาจแทน อย่างไรก็ดี จากผลสำรวจล่าสุด พรรค Syriza ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลปัจจุบัน ยังคงได้รับความนิยมสูงสุด 33.6%
แนวโน้ม SET วันนี้มีโอกาสปรับฐานหลุดจุดต่ำสุดเดิม 1362 จุด ดูจากความแรงของการปรับฐานจากตลาดหุ้นต่างประเทศที่ราว -2% ประเมินแนวรับ SET บริเวณ 1350 จุด
ข่าว/ดัชนีเศรษฐกิจ
• ตลท.เผยบริษัทจดทะเบียนใน SET มีกำไรสุทธิใน 2Q58 รวมกัน 2.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% YoY เรามองว่า แม้นักลงทุนจะคลายความกังวลระยะสั้นต่อผลประกอบการโดยรวมใน 2Q58 ที่ไม่ได้แย่กว่าคาด แต่ในระยะถัดไป แนวโน้มกำไรทั้งปีของ SET มีความเสี่ยงถูกปรับลดประมาณการลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด (สะท้อนจากการปรับลด GDP forecast ลงของหลายสำนัก) และราคาน้ำมันที่ตกต่ำ (เสี่ยงต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ที่ต้องเผชิญกับขาดทุนสต๊อคน้ำมัน)
- กลยุทธ์การลงทุน : Wait and see หรือรอซื้อบริเวณ 1350 จุด เพื่อเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
Top Daily Pick : INTUCH (มูลค่าเหมาะสม 98 บาท) ราคาหุ้นผันผวนต่ำ สะท้อนจาก Beta เท่ากับ 0.94, คาดมีแรงเก็งกำไรเข้ามารับเงินปันผล (ขึ้น XD วันจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้) และ KCE (มูลค่าเหมาะสม 53.50 บาท) ได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า ล่าสุด เงินบาทแตะ 35.6 บาท/เหรียญฯ
Technical Pick : KTB AQ SAMART KIAT-W1 HPT (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
Theme Plays : หุ้นปันผลเด่น (INTUCH, EGCO) / หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, SAPPE)
Strategy Talk
- ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบต่อกลุ่มโรงแรม
ฝ่ายวิจัยภัทร ประเมินผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มโรงแรมจากเหตุการณ์ระเบิด ณ สี่แยกราชประสงค์ โดยใช้ Sensitivity Analysis โดยตั้งสมมุติฐานอัตราการเข้าพัก (Occupancy rate) ของโรงแรมลดลง 10% จากประมาณการเดิม
จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง คาดว่าจะส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ของ MINT และ CENTEL ลดลงจากประมาณการเดิม 14% และ 30% ตามลำดับ ส่วน ERW มีโอกาสพลิกเป็นขาดทุน เนื่องจากสัดส่วนรายได้กว่า 95% มาจากธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย (รายได้จากโรงแรมในกรุงเทพฯ คิดเป็นราว 60% ของรายได้รวม) และเมื่อพิจารณาในแง่มูลค่าเหมาะสม ภายใต้สุมมติฐานดังกล่าว MINT, CENTEL, ERW จะลดลง 9.5%, 12.5% และ 42% ตามลำดับ ฝ่ายวิจัยภัทร เลือก MINT (มูลค่าเหมาะสมปัจจุบัน 37 บาท) เป็น Top pick เนื่องจากการกระจายความเสี่ยงในหลายธุรกิจและหลายประเทศ
สัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯเทียบกับรายได้รวม
Stock สัดส่วนรายได้
MINT 4%
CENTEL 14%
ERW 62%
Remark: อ้างอิงจากข้อมูลรายได้ปี 2556
Source: ฝ่ายวิจัยภัทร









