แนวโน้มเติบโตสดใส พร้อมมีการกระจายความเสี่ยงของรายได้
ประเด็นการลงทุน
ประเด็นหลักจากการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุดยืนยันมุมมองเชิงบวกที่เรามีต่อแนวโน้มของบริษัท อย่างไรก็ตามข่าวเชิงลบล่าสุดซึ่งเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไทยและน่าจะมีผลต่อราคาหุ้นในระยะสั้น แต่เราคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาหุ้นถูกลง ค่า PER สิ้นปี 2558 (ของธุรกิจสายการบินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน) อยู่ที่เพียง 9.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 11.2 เท่า เนื่องจากเราเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะกลับเข้าสู่ระดับปกติอีกครั้งในช่วงระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้อัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยของบริษัทที่แข็งแกร่งที่ 44% ต่อปีในช่วงปี 2557-2559 หนุนจากการดีดตัวกลับมาของสถิติการจราจรทางอากาศ น่าจะช่วยผลักดันราคาหุ้นให้สูงขึ้นได้
ไฮซีซั่นที่สมุยจะผลักดันผลประกอบการไตรมาส 3/58
จากอุปสงค์ของการท่องเที่ยวไทยดีดตัวกลับมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันและโดยทั่วไปในไตรมาส 3 ของทุกปีเป็นช่วงไฮซีซั่นของเกาะสมุย เราคาดว่าจำนวนผู้โดยสารของ BA น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 3/58 ทั้งนี้ยอดจองล่วงหน้า ณ วันที่ 13 ส.ค. เติบโตเพิ่มขึ้น 19% YoY นอกจากนี้ค่าโดยสารเฉลี่ยคาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ จากการเติบโตของอุปสงค์ สัดส่วนรายได้จากเส้นทางสมุยที่เพิ่มขึ้น น่าจะทำให้รายได้ต่อผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยในไตรมาส 3/58 สูงขึ้น เนื่องจากรายได้ต่อผู้โดยสารของเส้นทางสมุยของ BA สูงกว่าเส้นทางอื่นๆ นอกจากนี้ ต้นทุนเชื้อเพลิงเฉลี่ยคาดลดลง 22% YoY และ 6% QoQ เป็น 91 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ดังนั้น เราคาดว่าผลประกอบการหลักไตรมาส 3/58 ของบริษัทจะพลิกกลับเป็นกำไร จากขาดทุนหลักในไตรมาส 3/57 และไตรมาส 2/58
ขยายเครือข่ายผ่านการเพิ่มสายการบินร่วม
BA ยังคงขยายเครือข่ายผ่านการเพิ่มสายการบินร่วมอีก 5 สายการบินซึ่งจะเริ่มให้บริการในครึ่งปีหลังปี 2558 ประกอบด้วย เอมิเรตส์แอร์ไลน์ (ส.ค.), สายการบินเอร์แอสตานา (ส.ค.), สายการบินออสเตรีย (ก.ย.), สายการบินไชน่าอีสเทิร์น (พ.ย.) และสายการบินโคเรียนแอร์ (ไตรมาส 4/58) ทั้งนี้บริษัทจะมีสายการบินร่วมรวมทั้งหมด 23 สายการบินภายในสิ้นปี 2558 นอกจากนี้บริษัทจะมีการเพิ่ม interline partner ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2558 คือ จูนเหยาแอร์ไลน์ ซึ่งมีฐานที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน สัญญาดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทมีความสามารถในการเชื่อมโยงและเพิ่มความถี่ในการรับส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศไทยและประเทศฐานของสายการบินเหล่านั้น โดยอาจมีอัพไซด์ต่อประมาณการการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารและการขยายตัวของผลประกอบการในระยะยาว นอกจากนี้การขยายเครือข่ายดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทมีรายรับจากผู้โดยสารจากหลากหลายเส้นทางซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงขาลงของผลประกอบการได้
เส้นทางใหม่, เพิ่มความถี่ในการบินมากขึ้น...อีกหนึ่งปัจจัยกระตุ้นการเติบโต
นอกจากการเพิ่มสายการบินร่วม บริษัทยังเพิ่มเส้นทางการบินใหม่ (ภูเก็ต-หาดใหญ่) และเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางเดิมเริ่มตั้งแต่เดือนต.ค.ป็นต้นไป โดยเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต (จาก 8 เที่ยวเป็น 9 เที่ยว/วัน), สมุย-ภูเก็ต (จาก 35 เที่ยวเป็น 45 เที่ยว/สัปดาห์), สมุย-สิงคโปร์ (จาก 10 เที่ยวเป็น 12 เที่ยว/สัปดาห์) และสมุย-ฮ่องกง (จาก 2 เที่ยวเป็น 3เที่ยว/วัน ในเดือน ก.พ. 2559) เราคาดว่าน่าจะส่งผลให้จำนวนที่นั่งโดยสารเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยจากการที่บริษัทน่าจะสามารถเพิ่มราคาโดยสารในเส้นทางที่มีอุปสงค์ของการเดินทางสูง









