วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK - ซื้อ

กำไรพิเศษจากการขายไซยะบุรี..หนุนผลประกอบการ

กำไรดำเนินงาน 2Q58 เติบโตรายไตรมาส

CK มีกำไรสุทธิ 1.6 พันล้านบาท เติบโตทั้งรายไตรมาสและรายปี สาเหตุจากการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนในไซยะบุรีเป็นหลักที่ 1.6พันล้านบาท ยังไม่ได้หักภาษี โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% QoQ แต่ลดลง 31%YoY สาเหตุจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ 8.4% ใกล้เคียงกับ 1Q58 แต่ปรับลดเมื่อเทียบกับ รายปีที่ 9.7% เกิดจากการปิดโครงการทำให้มีการปรับปรุงต้นทุนของงานทียังส่งผลต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 8.5 พันล้านบาท ทรงตัวเทียบกับ QoQ แต่ลดลง4% YoY กระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานใน 1H58 ที่ทำได้ 640 ล้านบาท ลดลง 37%YoY

คาด 2H58 งานภาครัฐเพิ่มงานในมือ

เราคาดว่า CK มีแนวโน้มสร้างรายได้ในอนาคต สาเหตุหลักจากงานภาครัฐที่คาดเห็นความชัดเจนของการประมูลงานมากขึ้นในช่วง 2H58 เช่นงานของรถไฟทางคู่ 3 สายมูลค่า 5.6 หมื่นล้านบาท ที่กระบวนการประกวดราคาจะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า รวมถึง โครงการ มอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตาพุด 1.4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ยังมีงานอื่นๆเช่น งานก่อสร้างอุโมงค์ งานอาคาร และงานเขื่อนน้ำบากมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาทที่อยู่ระหว่างการเจรจา เราคาดว่าจะมีงานที่ได้ราว 2 หมื่นล้านบาทเกิดขึ้น ทำให้ CK ยังคงรักษาระดับของงานในมือปัจจุบันที่ระดับ 1 แสนล้านบาทได้ นอกจากนี้ปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนงานให้เพิ่มขึ้นเด่นชัด จากการประกวดราคารถไฟฟ้าอย่างน้อย 2 สาย จากสีส้ม สีเหลือง หรือ สีชมพู ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี 59

โอกาสเติบโตระยะยาว

เราคาดว่าในระยะสั้นสำหรับกำไรจากการดำเนินงานที่อาจยังไม่สดใส จากการบันทึกรายได้ที่ทำได้ทรงตัว เนื่องจากการบันทึกรายได้ยังคงมาจากงานเดิม เช่นงาน ฝ้ายน้ำล้น ไซยะบุรี และงานทางด่วนศรีรัช และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นหลัก โดยยังไม่มีงานใหม่จากภาครัฐและเอกชนมูลค่าสูงเข้ามาช่วยเสริม อย่างไรก็ตามเราคาดว่าหลังการรับงานของภาครัฐและเอกชนมีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลต่อโอกาสรับงานใหม่ของCK ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการ จากรายได้ที่เติบโตในอนาคต และหลังการขายหุ้นของไซยะบุรี และควบรวมบริษัทใหม่ระหว่าง BMCLและ BECL เป็น “BEM” Bangkok Expressway and Metro ส่งผลดีต่อผลประกอบการ ซึ่งทำให้ CK เริ่มมีบันทึกกำไรจากเงินลงทุนและมีแนวโน้มเติบโตจากบริษัทลูกในอนาคต