วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BDMS - ถือ

กำไรไตรมาส 2/58 อ่อนตัวตามคาด แนวโน้มดีขึ้นในไตรมาส 3/58

เป็นไปตามที่เราคาด

BDMS รายงานกำไรหลักไตรมาส 2/58 ที่ 1.5 พันล้านบาท ลดลง 1% YoY และ 35% QoO ตัวเลขงกล่าวเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด

ประเด็นหลักผลประกอบการ

กำไรไตรมาส 2/58 ไม่น่าสนใจ ลดลง YoY จากอัตรากำไรหลักที่บางลง ลดลงจาก 11.9% ใน ไตรมาส 2/57 และ 10.6% ในไตรมาส 1/58 อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 1.2% YoY ที่ 30.7% ใน ไตรมาส 2/58 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 0.9% YoY อยู่ที่ 22.5% ใน ไตรมาส 2/58 ผลดังกล่าวหักกลบตัวเลขการเติบโตของรายได้ค่ารักษาพยาบาล 12% YoY ที่ 14 พัน ล้านบาท (ผู้ป่วยชาวไทย 73% และชาวต่างชาติ 27%) รายได้ค่ารักษาพยาบาลขยายตัว YoY จากได้ จากผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 14% และผู้ป่วยชาวไทย 10% ปริมาณผู้ป่วยเติบโตค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยผู้ป่วยนอกชาวไทย เติบโต11% YoY ปริมาณผู้ป่วยในชาวไทยเติบโต 14% ปริมาณผู้ป่วยชาวต่างชาติ ในส่วนของผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 11% YoYและผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 7% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายต่อรายทรงตัว YoY สำหรับผู้ป่วยนอกและลดลงประมาณ 2% YoY สำหรับผู้ป่วยใน กำไรที่หดตัว QoQ จากผลของฤดู กาล โดยรายได้ค่ารักษาพยาบาลลดลง 5% QoQ และอัตรากำไรขันต้นต่ำลง 2.0% และสัดส่วนค่าใช้ จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 2.8% อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยและทุนสุทธิเพิ่มขึ้น เล็กน้อยจาก 0.49 เท่า ณ สิ้นเดือนมี.ค.ป็น 0.55 เท่า ณ สิ้นเดือนมิ.ย.

แนวโน้ม

เราคาดกำไรไตรมาส 3/58 เติบโตเล็กน้อย YoY จากรายได้ที่มากขึ้น (จากโรงพยาบาลแห่งใหม่) อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิยังคงถูกกดดัน YoY จากค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายในการบริหารและดอกเบี้ยจ่ายจากโรงพยาบาลใหม่ทั้งหมด 6 แห่งตั้งแต่ครึ่งปีหลังปี 2557-ครึ่งปีแรกปี 2558 กำไร ไตรมาส 3/58 คาดเพิ่มขึ้น QoQ จากผลของไฮซีซั่น ทั้งนี้ในเดือนก.ย. บริษัทน่าจะทำการซื้อกิจการโรงพยาบาลเมืองราชสำเร็จ (จ่ายเป็นเงินสด 1.4 พันล้านบาท มีเตียงผู้ป่วยใน 125 เตียง) แม้ว่ากำไรส่วนเพิ่มจากการซื้อกิจการในปี 2558 จะเป็นจำนวนเล็กน้อย (น้อยกว่า 0.1% ต่อปี) แต่อาจมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการ ซื้อกิจการในไตรมาส 3/58

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เราปรับประมาณการกำไรหลักลดลง 6% เป็น 8.1 พันล้านบาทและ ปรับลดกำไรหลักปี 2559 ลง 8% เหลือ 8.2 พันล้านบาท จากการเติบโตของกำไรที่น่าผิดหวังในครึ่งแรกปี 2558(กำไรหลักเติบโตเพียง 7% YoY ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาด ว่าจะเติบโตถึง 20% ในปี 2558)

ปรับลดรายได้ค่ารักษาพยาบาลปี 2558 ลง 3% สะท้อนการเติบโตที่ ชะลอตัวของโรงพยาบาลระดับกลาง คาดอัตรากำไรหลักทรงตัว YoY ที่ 13.2% ปี 2558-2559 (ลดลง 0.4% ในปี 2558 และ 1.0% ในปี 2559) จากการที่โรงพาบาลใหม่ยังไม่ทำกำไร กำไรหลัก ครึ่งปีแรกปี 2558 คิดเป็น 47% ของที่เราคาด

คำแนะนำ

เรามองว่าอาจมีการปรับลดประมาณการจากตลาด (กำไรปี 2558 ที่เราคาดต่ำกว่าตลาดอยู่ 5%) กำไรหลักปี 2558 คาดเติบโตปานกลางที่ 11% ปัจจุบันหุ้นซื้อขายกันที่ราคาใกล้เคียง 19.50 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมแก่การเข้าลงทุน โดยมีค่า PER เฉลี่ยของโลก ปี 2558 ที่ 38 เท่า เราจะกลับ มาทบทวนการประมาณการอีกครั้งเมื่อเราเห็นอัตรากำไรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ดังนั้น เรายังคงคำแนะ นำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2558 คิดด้วยวิธี DCF ที่ 20.5 บาท (จาก 21 บาท ) สะท้อนการปรับลดการประมารการของเรา (WACC เท่ากับ 8.9% และ terminal growth เท่ากับ 2%)