วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

MINT - ซื้อ

กำไรไตรมาส 2/58 ต่ำกว่าคาด; ไตรมาส 3/58 มีแนวโน้มดีขึ้น

ต่ำกว่าคาด

MINT รายงานกำไรหลักในไตรมาส 2/58 ที่ 541 ล้านบาท ลดลง 12% YoY และ 64% QoQ ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเรา 17% และของตลาด 19% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด ทั้งนี้ในไตรมาส 2/58 ไม่มีรายการพิเศษอื่นๆนอกจากกำไรมูลค่า 650 ล้านบาทจากการเข้าซื้อโรงแรม 8 แห่งในทวีปแอฟริกาของบริษัท ซัน อินเตอร์แนชชั้นเนล (SUI) ในครึ่งแรกของปี

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

ผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดนั้นมีปัจจัยจากธุรกิจอาหารที่อ่อนตัวลง (ยอดขายต่อสาขาเดิมที่ติดลบ ส่งผลให้ EBITDA ของธุรกิจอาหาร ลดลง 7% YoY) และยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยที่ลดลง (จากรายได้ของโครงการคอนโด St. Regis ที่ลดลง 20% YoY) ทั้งนี้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 10% YoY มาอยู่ที่ 9.2 พันล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นหลัก หดตัวลง 1.5% YoY เหลือเพียง 5.9% ในไตรมาส 2/58 เนื่องจากสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น 1.2% YoY มาอยู่ที่ 46.2% แม้อัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาของธุรกิจอาหารจะเติบโตขึ้น 11.1% YoY แต่ยอดขายต่อสาขาเดิมที่ลดลง 1.6% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลง ส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม เพิ่มขึ้น 27% YoY มาอยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท ดดยมีแรงหนุนจากจำนวนห้องที่เพิ่มขึ้น 21% หากมองทั้งหมด รายได้เฉลี่ยต่อห้องของธุรกิจโรงแรมหดตัวลง 4% YoY ในไตรมาส 2/58 ด้วยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ 65% (เพิ่มขึ้น 5% YoY) ในขณะที่ราคาเข้าพักปรับตัวลง 11% YoY (ประกอบด้วย ราคาเข้าพักของโรงแรมที่เป็นเจ้าของลดลง 9% YoY ของโรงแรมร่วมทุนลดลง 50% โรงแรม Oaks Hotels & Resorts ลดลง 17% YoY และ โรงแรมในเครือที่บริหารอยู่ลดลง 5% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิปรับตัวขึ้นจาก 1.1x ณ สิ้นเดือน มี.ค. มาอยู่ที่ 1.2x ณ สิ้นเดือน มิ.ย.

แนวโน้ม

ผลประกอบการไตรมาส 3/58 ยังไม่สดใสมากนักเนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น โดยกำไรน่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก YoY และดีขึ้นเล็กน้อย QoQ เราคาดว่าอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาของธุรกิจอาหารจะมากกว่า 5% YoY แม้ยอดขายต่อสาขาเดิมยังคงชะลอตัว ทั้งนี้จำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ธุรกิจโรงแรม ส่วนสถิติการดำเนินงานของูรกิจโรงแรมน่าจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ พร้อมกันนี้ MINT แนะว่ารายได้ต่อห้องพักของธุรกิจโรงแรมทั้งหมดในไตรมาส 3/58 จะเพิ่มขึ้น YoY เทียบกับไตรมาส 1/58 และ 2/58 ที่ลดลง เราคาดว่าอัตราการเติบโตของรายได้ต่อห้องพักของธุรกิจโรงแรมทั้งหมดในเดือน ก.ค. จะอยู่ที่ 3% ซึ่งประกอบไปด้วยอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้น 3% และ ราคาเข้าพักเฉลี่ยที่เราคำนวณว่าจะคงที่ อย่างไรก็ตามผลประกอบการของ MINT จะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง YoY และ QoQ อีกครั้งในไตรมาส 4/58

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

กำไรหลักในครึ่งแรกของปี คิดเป็นสัดส่วน 39% ของประมาณการทั้งปีของเรา และ 38% ของตลาด เรามองว่ากำไรหลักต่อหุ้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก YoY ในปี 58 เนื่องจาก dilution การจ่ายเงินปันผลหุ้น แม้ผลประกอบการในไตรมาส 2/58 และ 3/58 จะยังไม่ดีงดูดมากนัก แต่โครงการที่อยู่อาศัย เดอะเรสซิเดนท์ บาย อนันตรา แอท ลายัน (ประกอบไปด้วยวิลล่าสระว่ายน้ำหรู 15 ยูนิต มูลค่า 10 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่ารวมที่ 5 พันล้านบาท) จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/58 ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงในปีนี้

คำแนะนำ

MINT อาจจะยังไม่น่าจับตามองมากนักเนื่องจากรายได้ต่อห้องพักยังด้อยกว่าคู่แข่งเล็กน้อย แต่ปัจจัยนี้เป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น ซึ่งตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การกักซื้อหุ้นไว้ในขณะที่ราคายังไม่สูงมาก เนื่องจากโครงการที่เข้าซื้อมาจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป ณ ตอนนี้ MINT มีค่า PER หลักปี 58 อยู่ที่ 24.2x ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยวที่เราวิเคราะห์ ส่วนราคาเป้าหมายที่ ณ สิ้นปีคำนวณด้ววิธี DCF อยู่ที่ 38 บาท (ซึ่งประกอบไปด้วย 5% คิดลดจากวิธี DCF WACC ที่ 8.5% และ Terminal growth rate ที่ 2%)