วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทรู'ไตรมาส2พลิกกำไร1.3พันล้าน

"ทรู คอร์ป" พลิกกำไร1.3พันล้านในไตรมาส2 เติบโตสูงถึงร้อยละ11.5

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) รายงานผลกำไรสุทธิ จำนวน 1.3 พันล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2558 เมื่อเปรียบเทียบกับผลขาดทุนสุทธิจำนวน 1.7 พันล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า โดยผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ เป็นผลจากกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น ภาระดอกเบี้ยที่จ่ายลดลงอย่างมากภายหลังการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินในปีที่ผ่านมา และการสิ้นสุดการบันทึกค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์โครงข่าย 2G ของทรูมูฟ

ในไตรมาส 2 ปี 2558 กลุ่มทรู มีรายได้จากการให้บริการโดยรวม เติบโตสูงถึงร้อยละ 11.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า เป็น 1.82 หมื่นล้านบาท จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะที่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G และ 4G ทั้งนี้กำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า เป็น 5.5 พันล้านบาท เป็นผลจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ และกำไรจากการโอนเสาโทรคมนาคมใหม่ให้กับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท (TRUEIF)

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร TRUE กล่าวว่า ความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสินค้าและบริการที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดให้แก่ลูกค้าของกลุ่มทรู ทั้งจากการขยายเครือข่ายโทรคมนาคมอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ตลอดจนการผสานบริการหลากหลายภายในกลุ่มเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้าตามยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ นับเป็นจุดแข็งทางธุรกิจที่ชัดเจน ที่ทำให้กลุ่มทรูสามารถเติบโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรม โดยรายได้จากการให้บริการของกลุ่มทรูในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เพิ่มสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลุ่มทรูโมบาย ที่มีรายได้จากการให้บริการเติบโตสูงถึงร้อยละ 18.7 จากปีก่อนหน้า เมื่อเทียบกับภาพรวมอุตสาหกรรมที่เติบโตเพียงร้อยละ 2.9

ทั้งนี้ จากความพร้อมของกลุ่มทรู ทั้งด้านโครงข่ายและแพลตฟอร์มที่หลากหลายครบครัน รวมถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของบริการ 4G 3G WiFi บริการบรอดแบนด์บนโครงข่ายไฟเบอร์ ตลอดจนคอนเทนต์ชั้นนำและเอ็กซ์คลูซีฟของกลุ่มทรู ที่สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานดาต้าและแนวโน้มการบริโภคมีเดียคอนเทนท์ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในยุคปัจจุบัน ทำให้บริษัท เชื่อมั่นว่า ผลการดำเนินงานหลัก (core earnings) ในช่วงครึ่งปีหลัง จะเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง