รอซื้อคืนบริเวณ 1400/1380 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลง จากผลกระทบจีนลดค่าเงิน(Shock) แนะนำ รอซื้อเก็งกำไรคืนบริเวณ 1400/1380 จุด
คาดดัชนีฯ วันนี้ วันนี้ ปรับลง แนวรับ 1400/1380 จุด แนวต้าน 1415/1420 จุด ตามการร่วงลงแรงของตลาดหุ้นโลกวานนี้ (ตลาดหุ้นไทยปิดทำการวานนี้) หลังจีน Shock โลกโดยการประกาศลดค่าเงินหยวนลง 2% และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปรับค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงต่ออีกหรือไม่ในอนาคต การประกาศดังกล่าว ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นโลก เนื่องจากเป็นการเพิ่ม Currency Risk และเพิ่มโอกาสเกิดสงครามค่าเงินในอนาคต และทำให้กองทุนทั่วโลกเทขายสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้น และเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรและทองคำแทน ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และหุ้นกลุ่มส่งออกไปจีน ถูกกดดันจากกังวลว่าอุปสงค์จากจีนจะลดลง ส่วนปัจจัยในประเทศ ลุ้นการปรับครม. และทีมเศรษฐกิจใหม่ รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
กลยุทธ์ แนะนำ รอซื้อเก็งกำไรบริเวณ 1400/1380 จุด
ปัจจัยต่างประเทศ
จีนลดค่าเงินหยวนลง 2 วันติด โดยธนาคารกลางจีนเริ่มประกาศลดค่ากลางเงินหยวนประจำวันลงในอังคารลง 1.9% มาอยู่ที่ 6.2298 หยวนต่อดอลลาร์ และลดค่าเงินต่อเนื่องในวันพุธอีกราว 1.6% (ดูรูปประกอบในเล่ม) ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน และเกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งมองว่ามีเศรษฐกิจที่ผูกติดกับจีนค่อนข้างมาก นอกจากนั้น ยังมีความกังวลว่าค่าเงินหยวนที่ถูกลง จะกระทบความสามารถในการแข่งขันของประเทศอื่นๆ รวมถึงไทย ซึ่งอาจส่งผลลบต่อการส่งออกในฐานะคู่แข่งทางการค้า
ทั้งนี้ มีการประเมินจากหลายสำนักว่า ธ.กลางจีน อาจลดค่าเงินหยวนต่อเนื่องในอนาคต เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ยังมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะหากเฟดมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยตลาดคาดว่าจีนอาจลดค่าเงินทั้งสิ้นราว 5-10% เพื่อเป็นการกระตุ้นการส่งออก หลังจากตัวเลขส่งออกจีนดือน ก.ค. -8.3%YoY
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย คาดได้รับผลกระทบในเชิงลบในระยะสั้น ทั้งจาก sentiment ที่แย่ลง เนื่องจากนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลต่อการเติบโตเศรษฐกิจจีน และความกังวลต่อสงครามค่าเงิน ยิ่งกระตุ้นให้เกิดแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ ในด้านเศรษฐกิจ คาดมีผลกระทบด้านการส่งออก หลังค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินหยวน (ดูรูปประกอบในแล่ม) เนื่องจากจีนเป็นประเทศคู่ค้าหลักของไทย (ไทยส่งออกไปจีนราว 12%) และไทยจะเสียเปรียบมากขึ้นในฐานะคู่แข่งทางการค้าด้วย นอกจากนี้ ยังมีผลทางอ้อมจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีแนวโน้มลดต่ำลง จากจีนเป็นผู้ซื้อรายหลัก อย่างไรก็ดี คาดว่าในระยะยาว ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลง จะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน และจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลกตามมา
ปัจจัยในประเทศ
จับตาการปรับครม. ใหม่ โดยนายกฯ เผยได้รายชื่อนานแล้ว โดยจะทูลเกล้าฯ เมื่อถึงเวลาที่เห็นว่าสมควร ขณะที่สัปดาห์หน้าจะมีการเสนอรายชื่อปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่ จากจำนวนผู้ที่ถูกเสนอรายชื่อ 3 ราย ได้แก่ 1 นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตอธิบดีกรมสรรพสามิต 2. นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร และ 3. นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร โดยเราคาดการปรับครม. และทีมเศรษฐกิจใหม่จะส่งผลดีในด้าน sentiment รวมถึงความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ด้วย
สัญญาณทางเทคนิค ระยะสั้น สัญญาณทางเทคนิคค่อนข้างอ่อนแรงลง หลังการรีบาวด์ไม่สามารถขึ้นไปถึงระดับ 50% กรอบ Fibonanci ที่ 1448 จุดได้ และถอยกลับลงมา คาดทดสอบแนวรับเดิมบริเวณ 1400 จุด ขณะที่แนวรับตามกรอบ downtrend channel ตอนนี้ อยู่ที่บริเวณ 1390 จุด









