ธปท.ชี้จีนปรับลดค่าเงินหยวน กดค่าเงินบาทอ่อนค่า 0.35% ตามภูมิภาค โดยเฉพาะที่เชื่อมโยงการค้ากับจีน พร้อมจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศอัตรากลางของค่าเงินหยวนประจำวัน ที่ 6.2298 หยวน/ดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าลงจากวันก่อนที่ 6.1162 หยวน/ดอลลาร์ ถึง 1.9% เป็นการประกาศอัตรากลางที่อ่อนลง จากผลของการเปลี่ยนวิธีการกำหนดค่ากลางใหม่ ให้สอดคล้องกับกลไกตลาดมากขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปทางการเงินของจีน ที่จะค่อย ๆ ปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนยืดหยุ่นมากขึ้น
ทั้งนี้ มีผลทำให้ช่วงเช้าวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เงินหยวนอ่อนค่าลง 1.7% จากอัตราปิดเมื่อวานนี้ ส่งผลให้เงินสกุลภูมิภาคอื่น ๆ รวมทั้งเงินบาท อ่อนค่าตามไปด้วย โดยช่วงเช้าเงินวอน เกาหลี อ่อนค่าลง 1% เงินดอลลาร์สิงคโปร์อ่อนค่าลง 0.7% สำหรับเงินบาท อ่อนค่าลง 0.35% เนื่องจากตลาดมองว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงทางการค้ากับจีนค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ประเทศคู่ค้าสำคัญกับจีนอื่นๆ เช่นออสเตรเลีย ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียก็อ่อนค่าลง 0.4% ด้วยเช่นกัน
“เงินหยวนที่อ่อนค่าลงนั้น แม้ว่าจะมีผลกระทบทางจิตวิทยาต่อตลาดในระยะสั้น แต่ทั้งนี้ คงต้องประเมินผลในระยะยาวด้วย ว่าเงินหยวนที่ยืดหยุ่นมากขึ้นนั้น น่าจะเป็นผลดีต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน อีกทั้งการที่เงินหยวนอ่อนค่าลง น่าจะมีผลบวกที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจจีนได้มากขึ้น และน่าจะเป็นผลดีต่อการค้าภายในภูมิภาคด้วย ทั้งนี้ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ การค้าระหว่างไทยและจีนมีสัดส่วนสูงเป็นอันดับ 1 หรือ 14.8% ของมูลค่าการค้ารวม และสัดส่วนการใช้เงินหยวน เพื่อการชำระค่าสินค้า และบริการเกือบ 1% ของมูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน”
อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินโลกที่อาจเผชิญกับความผันผวนที่สูงขึ้นได้ในช่วงนี้ ผู้ประกอบการจึงควรติดตามสถานการณ์และใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อลดทอนผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นได้ โดย ธปท. จะติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไปอย่างใกล้ชิด






