วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TICON - ถือ

อัตราการเช่าที่ลดลงกดผลกำไร แต่ราคาหุ้นได้สะท้อนไปแล้ว

ประเด็นการลงทุน

เราได้เข้าร่วมประชุมกับ TICON มาไม่นานนี้และมองว่าแนวโน้มบริษัทคงไม่ฟื้นในเร็วๆนี้ แม้อัตราเช่าโกดังสินค้าจะเพิ่มเติมเป็นไปตามเป้าที่ 2แสนตารางม. ของเรา แต่เราเชื่อว่าอัตราการเช่าโรงงานจะยังไม่ดีขึ้นปีนี้ ซึ่งเราคาดว่าพื้นที่เช่าเพิ่มเติมของโกดังจะไม้ถึงเป้าของเราที่ 7.5หมื่นตารางม. ผลกระทบจากเหตุนี้จะทำให้ค่าเสื่อมราคาและภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงอีก ส่วนประมาณการรายได้จากการขาย REIT ในไตรมาส 4/58 ยังคงอยู่ที่ 3 พันล้านบาท โดยเราคาดว่าจะมีอัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ 29% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 43% ทั้งนี้เราได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิของปี 58 ลง 20% เหลือ 604 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นน่าจะไม่ปรับลงมากเนื่องจากมีค่า PBV (อยู่ที่ 0.84x)ที่ต่ำและอาจมีอัพไซด์เพิ่มจากการขายที่เปล่าของบริษัทออกไป ทั้งนี้เราจึงยังคงแนะนำ “ถือ” หุ้น TICON ด้วยราคาเป้าหมายที่ปรับลงเล็กน้อยอยู่ที่ 12.5 บาท

ผลประกอบการโดยรวม– ขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/58

ถึงแม้เราประมาณการว่า TICON จะมีผลกำไร ในไตรมาส 2/58เพียงเล็กน้อยที่ 12 ล้านบาท แต่กำไรที่บริษัทรายงานนั้นต่ำกว่าที่เราคาดไว้ ซึ่งขาดทุนอยู่ที่ 30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้เพิ่มขึ้น 17% YoY และ 29% QoQ แต่ด้วยภาระจ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นกอปกับค่าเสื่อมราคายังคงสูงอยู่เนื่องจากมีโรงงานพร้อมเช่าว่างอยู่จำนวนมาก ส่งผลให้ผลประกอบการสุทธิอยู่ที่ขาดทุน

อัตราการเชาพื้นที่ที่อ่อนตัวจะหั่นกำไรสุทธิในปีนี้

อุปสงค์ด้านโกดังและการขยายตัวธุรกิจที่ไม่มากนัก ยังคงเป็นปัจจัยเพิ่มอัตราการเชา (occupancy rate) พื้นที่โกดังของ TICON ใน 8 ไตรมาส ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 67% ณ ตอนนี้ ในขณะที่อัตราการเชาพื้นที่ของโรงงานแตะจุดต่ำสุดใหม่ที่ 49% โดยเรามองว่าอุปสงค์ทางด้านโรงงานยังไม่ฟื้นตัวดีนัก เราจึงปรับประมาณการอัตราพื้นที่เช่าเพิ่มเติมของโรงงานลงเหลือ 4หมื่นตารางม. จากเดิมที่ 7.5หมื่นตารางม. แต่ยังคงใช้ประมาณการเช่าโกดังเพิ่มเดิมที่ 2แสนตารางม.ในปีนี้ ทั้งนี้เนื่องจากยังมีโรงงานที่ว่างอยู่จำนวนมาก รวมทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหนี้ที่เพิ่มขึ้น เราได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 58 ลงเหลือ 604 ล้านบาท โดยมีค่าเสื่อมการขาย REIT ยังคงอยู่ที่ 3 พันล้านบาท

ผู้บริหารของ TICON ยังคงมั่นใจว่ามูลค่าการขาย REIT ในไตรมาส 4/58 จะอยู่ที่ 3 พันล้านบาท ด้วยพื้นที่ประมาณ 115 แสนตารางม. ซึ่งประกอบไปด้วย โกดัง 82% และ โรงงาน 18% โดยสัดส่วน freehold ต่อ leasehold จะอยู่ที่ 50:50 และมีอัตรากำไรขั้นต้นของการขายรวมที่ 29% ทั้งนี้กำไรจากการขายครั้งนี้จะเป็นปัจจัยหลักช่วยให้ TICON กลับมามีกำไรอีกครั้งในปี 58 เราเชื่อว่าการขายครั้งนี้น่าจะไม่มีความซับซ้อนมากนักเนื่องจากเป็นการขายที่ไม่ซับซ้อน


ยังมีความหวังจากการขายที่เปล่า

การขายที่เปล่าที่ไม่เหมาะสมในการนำไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรมอีกต่อไปนั้นจะเป็นupsideที่เหลืออยู่ต่อผลกำไรของ TICON ในปีนี้ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการตกลงราคาและจำนวนพื้นที่แต่เราเชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายนี้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของการขาย REIT ที่ 43% ที่ผ่านมา ส่วนโครงการในต่างประเทศยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งเราเชื่อว่าจะเห็นผลตอบแทนเร็วที่สุดได้ในปีหน้า