วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับขึ้น คาดหวังเฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ย

ขายทำกำไร เพื่อรอซื้อคืนบริเวณ 1400-1410 จุดอีกครั้ง

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับขึ้น จากความหวังเฟดเลื่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ย แนะนำ ขายทำกำไร โดยมีจุดซื้อคืนบริเวณ 1400-1410 จุด

คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับขึ้น แนวต้าน 1425/1430 จุด แนวรับ 1418/1410 จุด โดยได้แรงหนุนจากต่างประเทศ หลังเจ้าหน้าที่เฟดระบุ เฟดยังไม่ได้ตัดสินใจแน่นอนเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. สร้างความหวังว่าเฟดอาจเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยออกไป ส่งผลมีแรงซื้อกลับในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งคาดวันนี้จะหนุนการรีบาวด์ของหุ้นในกลุ่มพลังงาน ด้านปัจจัยในประเทศยังไร้ปัจจัยหนุน ขณะที่ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่ำสุดในรอบ 14 เดือน

กลยุทธ์ แนะนำ ขายทำกำไร เพื่อรอซื้อคืนบริเวณ 1400-1410 จุดอีกครั้ง

ปัจจัยต่างประเทศ

รองประธานเฟดชี้เฟดยังไม่ตัดสินใจเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย วานนี้นายสแตนลี่ย์ ฟิชเชอร์ รองประธานเฟด ได้ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV ว่าเฟดยังไม่ได้ตัดสินใจแน่ชัดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. โดยเขากล่าวว่า ขณะนี้การจ้างงานกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแต่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเฟดน่าจะรอให้อัตราเงินเฟ้อและอัตราการจ้างงานเข้าใกล้ระดับปกติมากกว่านี้ก่อน

ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน ประธานเฟดสาขาแอตแลนต้า นายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ได้ออกมากล่าวในทิศทางตรงข้าม โดยกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐขณะนี้แข็งแกร่งพอที่จะรองรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป และ กล่าวว่าถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาคละบ้าง เขาก็ยังสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.

อย่างไรก็ดี นักลงทุนตอบรับเชิงบวกต่อความเห็นของนายฟิชเชอร์ โดยวานนี้ มีแรงซื้อกลับในสินทรัพย์เสี่ยง ดัชนี Dow Jones ของสหรัฐปิดบวก 1.39% หลังจากที่ปรับลงติดต่อกัน 6 วัน ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และราคาสินค้าโภคภัฑณ์รีบาวด์ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดบวกถึง 3.7% มาอยู่ที่ระดับ 50.41 ดอลลาร์/บาร์เรล

ปัจจัยในประเทศ

ยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ โดยวานนี้ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือนส.ค. อยู่ที่ 52.27 จุด ต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจมา 14 เดือน หรือลดลง 41.7% โดยนักลงทุนมองปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดทุนมากสุด คือภาวะเศรษฐกิจในประเทศ โดยหากแยกรายกลุ่ม พบว่า บริษัทหลักทรัพย์ มีความเชื่อมั่นลดลงมากสุด อยู่ที่ 28.57 จุด ลดลง 71.43% นักลงทุนรายบุคคลอยู่ที่ 58.74 จุด ลดลง 41.66% และนักลงทุนสถาบันอยู่ที่ 64.71 จุด ลดลง 30.31%

ทั้งนี้ หลายสำนัก อยู่ระหว่างการทบทวนเป้าหมายจีดีพีปีนี้ใหม่ โดยส่วนใหญ่อาจมีการปรับลดลงต่ำกว่าระดับ 3% จากการส่งออกไทยที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาด ขณะที่ความหวังยังอยู่ที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ

สัญญาณทางเทคนิค คาดดัชนีฯสัปดาห์นี้จะยังคงแกว่งตัว ในกรอบ Fibonanci 1396-1499 จุดต่อไป อิงสัญญาณการเข้าเขต Slightly Overbought ของ Slow Stochastic, RSI แต่คาดว่าการปรับลดลงจะมีจำกัด อิงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีฯ ปรับฐานน้อยกว่าที่คาดการณ์ โดยจุดต่ำสุดสัปดาห์ก่อนอยู่ที่ 1426.95 จุด หรือลดลงเพียง 16 จุดเมื่อเทียบกับการดีดขึ้นไป 40 กว่าจุด ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า (จุดต่ำสุด-สูงสุดอยู่ที่ 1401.06-1442.16 จุด) ทำให้โอกาสที่ดัชนีฯจะดีดขึ้นไปทดสอบ 1442/1450 จุดยังคงมีความเป็นไปได้ในระหว่างสัปดาห์ เช่นกัน