วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (11 ส.ค.58)

ต่างประเทศหนุน

คาดว่า SET จะปรับขึ้นวันนี้เนื่องจากปัจจัยบวกจากต่างประเทศชนะผลลบจากในประเทศ ด้านในประเทศอารมณ์นักลงทุนที่ยังไม่ดี การปรับลดคาดการณ์ยอดขายรถในประเทศ ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นแรงกดดันขาลง ด้านต่างประเทศดีลกรีซวันนี้ การแสดงความเห็นว่าจะผ่อนคลายนโยบายการเงินจากหนึ่งในสมาชิก FOMC น่าจะหนุนตลาดหุ้นโลกให้ปรับตัวขึ้นได้ ซึ่งรวมถึง SET วันนี้ด้วย


หุ้นเด่นวันนี้: MAJOR (ราคาปิด 33.75 บาท, คำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 58: 38 บาท, ราคาเป้าหมาย Bloomberg 35.34 บาท)

เราคาดว่าผลประกอบการของ MAJOR ในครึ่งปีหลังจะออกมาดีกว่าครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าฉายของหนังฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง (อาทิ Mission Improssible, Star Wars, The Hunger Games Part 2 ฯลฯ) จำนวนจอภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้น 37 จอในปีที่แล้วและจำนวนจอใหม่ที่เพิ่มขึ้นอีก 101 จอในปีนี้ บริษัทยังคงแผนขยายจำนวน 37 จอในไตรมาส 3/58 ซึ่งรวมสาขาเซ็นทรัลเวสต์เกต (บางใหญ่) ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งและจะช่วยสร้างรายได้จากสปอนเซอร์ที่สนับสนุนโรงภาพยนต์ดังกล่าวเพิ่มเติมในลักษณะเดียวกับที่ Emquartier ขณะที่ ไตรมาส 4/58 ยังคงมีหนังฟอร์มยักษ์อีกมาก ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ส.ค. บริษัทฯ ได้เปิดโรงภาพยนตร์ในเครือ MAJOR แห่งแรกที่เมืองหลวงเวียงจันทร์ ประเทศลาว หลังประสบความสำเร็จในการเปิดสาขาในต่างประเทศเป็นครั้งแรกในประเทศกัมพูชาในปีที่ผ่านมา บริษัทยังได้ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.55 บาทต่อหุ้น จากผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก (XD 20 ส.ค.) สำหรับ Price Pattern ของ MAJOR ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการที่ Price Pattern ของ MAJOR ในปัจจุบันยังคงเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 39.50 บาท (แนวต้าน: 34.00, 34.25, 35.00; แนวรับ: 33.50, 33.25, 32.50)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• สอท.ลดเป้ายอดขายรถสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เตรียมหั่นคาดการณ์ยอดขายรถในประเทศเหลือ 8 แสนคันจาก 8.5 แสนคันเนื่องจากปัจจัยลบได้แก่การเบิกจ่ายงบประมาณรัฐที่ช้ากว่าคาด ซึ่งในเดือนที่แล้ว สอท.พึ่งปรับลดคาดการณ์ไปแล้วจากเดิมที่ 9.6 แสนคันเป็นการลดลงปีที่ 3 ติดต่อกัน (Bangkok Post)

• เซ็นดีลข้าวจีน ก.ย. นี้ประเทศไทยเตรียมลงนามดีลจีทูจีกับจีนใน 13-14 ก.ย. เพื่อขายข้าวจำนวน 1 ล้านตันส่งมอบเดือน ธ.ค. โดยจะเป็นข้าวขาวใหม่ 5% และข้าวหอมมะลิ เป็นส่วนหนึ่งของบันทึกความเข้าใจเพื่อข้าว 2 ล้านตันที่ไทยกับจีนได้ลงนามไปเมื่อ ธ.ค.ที่แล้ว (Bangkok Post)ความเห็น: ขณะที่ดีลนี้จะสร้างรายได้ให้รัฐบาล แต่ข้าวคุณภาพต่ำก็ยังยากที่จะระบายสู่ตลาดสากล ดังนั้นจึงน่าจะมีแค่ข้าวคุณภาพสูงเท่านั้นที่จะขายในตลาดโลกได้

• ทีมรัฐมนตรีเตรียมโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รมว.กระทรวงเกษตรและ รมว. กระทรวงท่องเที่ยวทำงานร่วมกันเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่ชุมชนท้องถิ่น ความร่วมมือจะเริ่มก่อนในพื้นที่สี่แห่ง และ รมว หวังว่าโครงการดังกล่าวจะสร้างให้ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% ในเขตชนบท และจะช่วยยกระดับสินค้าเกษตรของฟาร์มในช่วงสามปีข้างหน้า (Bangkok Post)

• ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่ำสุดในรอบ 14 เดือน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำรวจพบว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดทุนของไทยลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญในอีก 3 เดือนข้างหน้าเนื่องจากเศรษฐกิจที่ชลอตัว โดยดัชนีลดลงมาอยู่ที่ 57.27 จาก 98.28 ที่ได้สำรวจในช่วงก่อนหน้า (The Nation)

• BTS (9.70 บ, ราคาเป้าหมายปี 58 11.30 บ.) รายงานกำไรสุทธิงวด 1QFY16 อยู่ที่ 3.0 พัน ลบ. เพิ่มขึ้น 227% QoQ และ 364% YoY หากไม่รวมรายการพิเศษราว 2.6 พันลบ. (หลังภาษี) จากการแลกหุ้นกับ NPARK และกำไรจากการขายเงินลงทุน บริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 433 ลบ. ลดลง 57% QoQ และ 26% YoY. (SET) ความเห็น: ผลกำไรปกติออกมาแย่กว่า bloomberg consensus คาดไว้ที่ 1.7 พันลบ.อย่างไรก็ตาม BTS ยังคงมีแนวโน้มที่ดีในระยะกลางและบริษัทฯ ยังได้ให้คำมั่นที่จะจ่ายเงินปันผลงวดปี FY59 ในระดับสูงคิดเป็น dividend yield ประมาณ 7% 

• CTHCOM (35 บาท) ประกาศกำไรสุทธิที่ 572 ลบ. (+6% QoQ and +15% YoY) สาเหตุหลักจากกำไรจากการขายหุ้น Synertone และผลการดำเนินงานของ LTC ดีขึ้น แต่ถูกหักล้างโดยผลของเงินบาทที่อ่อนค่า (SET) ความเห็น: ผลกำไรที่ประกาศออกมามากกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของบลูมเบิร์กอยู่ 8% เราคงคำแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมายปี 58 ที่ 58 บาท

• TOP รายงานกำไรสุทธิงวด 2Q58 อยู่ที่ 6.2 พันลบ. สูงขึ้น 38% QoQ และ 201% YoY และถือว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ (ประมาณการกำไรจาก Bloomberg consensus ที่ 6.1 พันลบ.) (SET) ความเห็น: ผลการดำเนินงานของธุรกิจอะโรเมติกส์เป็นตัวขับเคลื่อนกำไรสุทธิในไตรมาสสองอย่างโดดเด่น หลังจากที่พลิกกลับมาเป็นกำไรสุทธิจากขาดทุนในไตรมาสก่อนหน้าจากการเดินเครื่องโรงงานอะโรเมติกส์เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และต้นทุนวัตถุดิบ (Product to Feed Margin) ที่สูงขึ้นจากการฟื้นตัวของความต้องการใช้ในภูมิภาค ขณะที่ผลการดำเนินงานธุรกิจโรงกลั่นปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย QoQ ถึงแม้จะมีการบันทึกกำไรสต็อกน้ำมันจำนวนมากตามการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบโลก แต่ถูกหักล้างจากค่าการกลั่น (GRM) ที่อ่อนตัวลงและผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน

ต่างประเทศ:

• การเจรจากับกรีซใกล้บรรลุข้อตกลง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรีซรายหนึ่งกล่าวว่ากรีซและเจ้าหนี้ “กำลังเจรจาในรอบสุดท้ายเพื่อทำบันทึกความเข้าใจ (MOU)” ซึ่งเป็นสัญญาณต่อมาว่าทั้งสองฝ่ายใกล้จะบรรลุข้อตกลงในวันอังคารนี้ รัฐมนตรีกรีซแสดงออกถึงความหวังว่าจะบรรลุการเจรจาได้ในเร็ว ๆ นี้หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในช่วงเช้าของวันอังคาร (Reuters)  ความเห็น: มีรายงานระบุว่าธนาคารกรีซจะได้รับเงินอัดฉีดงวดแรกมากถึง 1 หมื่นล้านยูโร หลังจากบรรลุข้อตกลง ถึงแม้จะมีความเครียดในการชำระเงินกู้คืนให้แก่ ECB จำนวน 3.2 พันล้านยูโรในวันที่ 20 ส.ค.

• ความเห็นเชิงกระตุ้นเศรษฐกิจโดยนายล็อคฮาร์ท นายล็อคฮาร์ท หนึ่งในสมาชิกที่กำหนดการขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ย้ำว่ามีแนวโน้มที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ในเดือนก.ย. แต่ไม่ได้กล่าวว่าเขาจะออกเสียงสนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ (Reuters)

สหรัฐ:


• ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้น บรรดาหุ้นในตลาดต่างปรับตัวขึ้นเมื่อวันจันทร์ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. เนื่องจากดัชนีต่าง ๆ ดีดตัวกลับอย่างมากหลังจากที่ร่วงลงในสัปดาห์ก่อน การที่หุ้นปรับตัวขึ้นมีปัจจัยมากจากมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับแนวโน้มในการเจรจากับกรีซ ความหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนหลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และการเข้าซื้อกิจการของเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ของนายบัฟเฟตต์ บอกว่าจะเข้าซื้อกิจการพรีซีสซั่น คาสต์พาร์ทส์ ในข้อตกลงมูลค่า 32,300 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นของ พรีซีสซั่น คาสต์พาร์ทส์ พุ่งทะยาน19.1% ส่วนหุ้นของเบิร์กเชียร์ฯ ลดลง0.1% ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 1.39% ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.28% และดัชนีแนสแดคเพิ่มขึ้น 1.16% (Reuters)

ยุโรป:

• ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในเขตยูโรมีแนวโน้มลดลง ดัชนีของสถาบันวิจัย Sentix ซึ่งสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ในเขตยูโรลดลงอยู่ที่ 18.4 ในเดือนส.ค. จาก 18.5 ในเดือนก.ค. ต่ำกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของ Reuters ที่ 20.2 อย่างไรก็ตาม มีดัชนีย่อยซึ่งแสดงถึงการประเมินของนักลงทุนว่าเศรษฐกิจในปัจจุบันดีขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 15.3 สูงสุดนับตั้งแต่ก.ค. 2554 (Reuters)

• อัตราการเติบโตของยอดขายปลีกในอังกฤษชะลอตัว สมาคมผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแห่งสหราชอาณาจักร (BRC) รายงานตัวเลขค้าปลีกเพิ่มขึ้น 2.2% YoY ในเดือนก.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนมิ.ย. ส่วนยอดขายอาหารตกลงเนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนทำให้ส่งผลต่อสินค้าที่เกี่ยวกับบาร์บีคิว แต่ยอดใช้จ่ายเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์และสินค้าในครัวเรือนอื่น ๆ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง (Reuters) ความเห็น: ข้อมูลดังกล่าวยังคงแสดงถึงธนาคารกลางอังกฤษจะยังดำเนินนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดต่อไปในต้นปีหน้า

เอเชีย:

• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคแตะระดับต่ำสุดรอบ 6 เดือน ดัชนีวัดความเชื่อมั่นครัวเรือนซึ่งรวมถึงด้านรายได้และการงาน ร่วงลง 1.4 จุดจากเดือนที่แล้ว 40.3 จุดใน ก.ค. นับเป็นตัวเลขต่ำสุดนับแต่ ม.ค. สำนักนายกฯ ปรับลดแนวโน้มความเชื่อมั่นผู้บริโภคว่า “หยุดชะงัก”(Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ทองคำหนุนโดยดอลลาร์อ่อนค่าราคาทองคำตลาดจรปรับขึ้น 4.36 ดอลลาร์ สู่ 1,089.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หนุนโดยค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและจากการที่ตลาดหุ้นโลกร่วงตามการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐหลังจากประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ (Reuters)

• ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ และการตึงตัวของอุปทาน หลังจากที่โรงกลั่นน้ำมันของ BP ต้องหยุดซ่อมบำรุงฉุกเฉิน โดยราคาน้ำมันดิบ NYMEX เมื่อวันจันทร์ปรับตัวสูงขึ้น 1.09 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (+2.5%) จากวันก่อนหน้ามาปิดที่ 44.96 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวสูงขึ้น 1.87 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 50.41 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (Reuters)