วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

Corporate News (11 ส.ค.58)

CPALL ถือ, DRT ถือ, MAJOR ซื้อ, STEC ถือ, THCOM ซื้อ,TOP ขาย

CPALL ถือ ราคาพื้นฐาน 48.25 บาท

CPALL : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/58 ที่ 3,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.4%yoy แต่ลดลง 7.9%qoq โดยผลประกอบการสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 5% ด้วยปัจจัยบวกจากการเติบโตของยอดขายร้านเดิมที่สูงกว่าคาดเล็กน้อย และอัตรากำไรขั้นต้นที่กว้างขึ้นจากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างดี และการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และเนื่องจากผลประกอบการงวดครึ่งแรกปีนี้คิดเป็น 50% ของคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปีของเรา เราจึงคงประมาณการไว้ดังเดิม คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 48.25บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 43.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

DRT ถือ ราคาพื้นฐาน 5.10 บาท

DRT : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/58 ที่ 109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8%yoy และ 14.7%qoq โดยแม้ยอดขายจะต่ำลง แต่ผลประกอบการยังดีอยู่ จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ดี เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอ่อนแอลงในครึ่งหลังปีนี้ จากการที่อุตสาหกรรมเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลการขาย แต่การควบคุมต้นทุนอย่างดีจะช่วงให้ DRT เติบโตได้เมื่ออุปสงค์กลับคืนมาในปีหน้า สำหรับปัจจุบันเราเชื่อว่าข่าวดีได้สะท้อนไปยังราคาหุ้นแล้ว คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 5.10 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 4.30 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

GFPT : บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2/58 ที่ 200 ล้านบาท ลดลง 58%yoy และ 8%qoq โดยต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดไว้มากกว่า 30% และ 25% ตามลำดับ จากความอ่อนแอของการส่งออกไก่ไปยังสหภาพยุโรปจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนแอ ด้านผลประกอบการไตรมาสที่ 3/58 จะดีขึ้น qoq จากการเข้าสู่ช่วงสูงสุดของการส่งออกไก่ เราปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิในปี 2558-2559 ลงอย่างละ 26% ปรับลดคำแนะนำ เป็น ถือ ราคาพื้นฐาน 9.70 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 7.80 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

MAJOR ซื้อ Consensus 38.50 บาท

MAJOR : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/58 ที่ 491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%yoy และ 147%qoq และสูงกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ 8% ด้านรายได้รวมเพิ่มขึ้น 52%qoq จากรายได้ค่าเข้าชมภาพยนต์มากขึ้นเนื่องจากจำนวนภาพยนต์ที่น่าสนใจมีการเข้าฉายมากขึ้น และรายได้ค่าโฆษณาสูงขึ้น เราคาดว่าผลประกอบการไตรมาสที่ 3/58 จะยังขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อน จากฐานที่ต่ำ คาดการณ์กำไรสุทธิในปี 2558 เติบโตราว 30%yoy คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 38.50 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

STEC ถือ ราคาพื้นฐาน 25.00 บาท

STEC : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/58 ที่ 326 ล้านบาท ลดลง 19.1%yoy แต่เพิ่มขึ้น 1.9%qoq โดยแม้ว่าจำนวนการเซ็นต์สัญญาใหม่ในปีนี้จะน้อย แต่เราคาดว่าผลประกอบการในปี 2558 ของ STEC จะยังดี แม้เราคาดว่าการเข้าประมูลโครงการเมกะโปรเจกต์จะเริ่มในครึ่งหลังปีนี้ ซึ่งจะช้าเกินไปที่จะช่วยผลประกอบการของ STEC ในปีนี้ แต่เราคาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นในปีหน้า และเนื่องจากราคาหุ้นมีส่วนต่างที่จำกัด เราจึงปรับลดคำแนะนำจากซื้อเป็น ถือ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 25.00 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 21.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

THCOM ซื้อ ราคาพื้นฐาน 47.00 บาท

THCOM : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/58 ที่ 287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.3%yoy และ 5.9%qoq โดยผลประกอบการนั้นดีกว่าที่คาดไว้ จากกำไรเพียงครั้งเดียวในการขายสินทรัพย์ ของ Synertone และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เราคาดว่าผลประกอบการในครึ่งหลังปีนี้จะแข็งแกร่งขึ้น จากการเพิ่มอัตราการใช้งานของดาวเทียมไทยคม 7 และราคาขายที่สูงขึ้น หลังมีการย้าย 4 ทรานส์พอนเดอร์ในไทยคม 5 ไปยังไทยคม 7 คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 47.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)

TOP ขาย ราคาพื้นฐาน 43.00 บาท

TOP : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/58 ที่ 6,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 197.5%yoy และ 38.5%qoq โดยผลประกอบการนั้นเป็นไปตามที่เราคาดไว้ แต่สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 18% โดยผลประกอบการไตรมาสที่ 2/58 มีแนวโน้มจะเป็นไตรมาสที่สูงสุดในปีนี้ เราเห็นแนวโน้มการชะลอตัวลงของธุรกิจการกลั่นในไตรมาสที่ 3/58 ซึ่งมีส่วนแบ่งราว 50-60% ต่อกำไรสุทธิ รวมถึงการขาดทุนสต็อกน้ำมัน ทั้งนี้ภายใต้หุ้นขนาดใหญ่กลุ่มน้ำมันและก๊าซ เราชอบ PTT และ PTTGC จากมูลค่าหุ้นที่ถูกกว่า คงคำแนะนำ ขาย จากความไม่แน่นอนของกลุ่มโรงกลั่นจากการเริ่มดำเนินงานของผู้เล่นรายใหม่ในครึ่งหลังปี 2558 ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 43.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)