เริ่มเก็บสะสมหุ้นเมื่อดัชนีปรับฐานลงแรง โดยเฉพาะเมื่อใกล้ 1400 จุด เก็งกำไรรายตัวระยะสั้น
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ปรับขึ้นชั่วคราว
ตลาดไทยวันนี้มีโอกาสได้เห็นรีบาวด์ชั่วคราว หลังจากที่แนวรับ 1420 เอาอยู่เมื่อวานนี้และวันนี้มีปัจจัยบวกคือราคาน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัว ช่วยหนุน sentiment กลุ่มพลังงาน บวกกับนักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่าจีนจะออกมาตรการต่างๆมากระตุ้นเศรษฐกิจหลังตัวเลขส่งออกรายงานออกมาแย่ อย่างไรก็ตาม การรีบาวด์คงไปได้ไม่เกิน 1430 ขณะที่แรงขายยังมีอยู่เป็นระยะๆ เพราะภายในประเทศขาดปัจจัยใหม่ๆเข้ามาสนับสนุน
แนวรับ/แนวต้าน : 1420/1440 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : เริ่มเก็บสะสมหุ้นเมื่อดัชนีปรับฐานลงแรง โดยเฉพาะเมื่อใกล้ 1400 จุด เก็งกำไรรายตัวระยะสั้น เน้นหุ้นที่จะรายงานงบไตรมาส 2 ออกมาแข็งแกร่ง ส่วนระยะยาวเน้นปันผลสูงและ defensive เป็นหลัก
นักลงทุนระยะสั้น : KTB(21.50), NUSA(1.25)
KTB (21.50) ปันผลสูง พื้นฐานดี เป็นหนึ่งใน top pick ของกลุ่ม (พร้อมกับ KBANK) โดย KTB มีแผนเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียมและปล่อยกู้ให้ภาคเอกชนและ SME มากขึ้น ซึ่งมี Margin สูงกว่าภาครัฐบาลประกอบกับ Q2 ก็ตั้งสำรองไปเยอะแล้วจึงมีความจำเป็นน้อยใน Q3 Q4 ที่ต้องตั้งสำรองเพื่อคุม NPL บวกกับการที่ภาครัฐถือหุ้น KTB อยู่ 55% ก็ทำให้มีโอกาสรับงานรัฐอีกมากในอนาคต
NUSA (1.25) เราคาดกำไรจะโตได้สูงปีนี้ ประกอบกับราคาปัจจุบันต่ำกว่าบุ๊ค คือแค่ 0.9 เท่า P/B แถมมี Land bank ซึ่งมีต้นทุนน้อยมาก บวกกับโครงการ NUSA ONE และอีกหลายโครงการในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทในระยะยาว และในครึ่งปีหลังนี้แนวโน้มการโอนโครงการจะมีเข้ามากกว่าครึ่งปีแรกอีกด้วย หลังจากครึ่งปีแรกคอนโดขายดีจนเกินเป้าแล้วครับผม
นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), PTTGC (76)
ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%
PTTGC (76) ยังเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนเช่นกัน UOBKH เราคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 1/58 จะต่ำที่สุดของปีนี้ ธุรกิจโอเลฟินส์และ derivative จะยังเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตที่สำคัญในปี 58 ขณะที่ราคา HDPE ที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบันจะช่วยหนุนกำไรสุทธิของ PTTGC ให้มากขึ้นเนื่องจาก 60-65% ของกำไรสุทธิขึ้นอยู่กับราคา HDPE แถมราคาหุ้น PTTGC ณ ปัจจุบันซื้อขายในระดับถูกด้วย 2015F PE ที่ 8 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 9 เท่าด้วย รอจังหวะย่อๆมาซัก 60 ซื้อเก็บกินปันผลหรือเล่นสั้นก็ได้นะครับ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อเดือนตุลาคม 2558 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 57.27 จุด ต่ำที่สุดในรอบ 1 ปี 2 เดือน เนื่องจากเชื่อว่าหุ้นไทยเดือนตุลาคมจะอยู่ในภาวะซบเซา เพราะคาดการณ์เศรษฐกิจเหลือ 3% ส่งออกติดลบ ลงทุนเอกชนต่ำ เบิกจ่ายรัฐต่ำกว่าเป้า หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น และมองว่าช่วงที่เหลือปีนี้ หุ้นไทยจะแกว่งตัวกรอบแคบ เพราะไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ยกเว้นรัฐบาลจะออกมาตรการระยะสั้นเพื่อกระตุ้น หล่อเลี้ยง และประคับประคองเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กและภาคเกษตร
- นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า สำนักงบประมาณได้เชิญหน่วยงานรัฐทุกแห่งมาประชุมชี้แจงการจัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้งบประมาณประจำปี 2559 เพื่อให้การเบิกจ่ายรวดเร็วและมีประสิทธิภาพและให้การลงทุนภาครัฐมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฉีดงบปั๊มเศรษฐกิจ วงเงินไม่เกิน 50 ล้านเบิก 17 พ.ย.บิ๊กตู่สั่งชี้แจงเรียกความเชื่อมั่น
- เอกชน ปรับแผนลงทุนรับมือภาวะเศรษฐกิจ "โฮมโปร" ปรับกลยุทธ์ ลดพื้นที่สาขา เน้นหัวเมืองกำลังซื้อสูง ชี้ช่วยลดงบลงทุนเหลือ 6.5 พันล้าน ยอมรับหลายจังหวัดยอดขายติดลบ จากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,615.17 จุด พุ่งขึ้น 241.79 จุด หรือ +1.39%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่าวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนชื่อดังของสหรัฐ ประกาศทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อกิจการพรีซิชั่น แคสต์พาร์ท ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมการบินที่กำลังประสบปัญหา นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน
+ ดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 17.73 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 6,736.22 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณถึงการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งช่วยหนุนกลุ่มเหมืองแร่ดีดตัวขึ้น
- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้น 1.09 ดอลลาร์ ปิดที่ 44.96 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) หลังจากมีข้อมูลระบุว่า จีนนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นในเดือนก.ค. นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์









