คาด 2H58 ยังแบกรับต้นทุนทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น
2Q58 ต้นทุนทีวีดิจิทัล ฉุดกำไรลดลง
- บริษัทชี้แจงผลประกอบการใน 2Q58 ซึ่งมีกำไร 2Q15 ที่ 750 ลบ. ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 36% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ราว 15% จากต้นทุนบริการที่สูงกว่าคาด โดยผลประกอบการลดลงอย่างมีนัยจากปีก่อนหลักๆจากธุรกิจทีวีดิจิทัลซึ่งการแข่งขันที่รุนแรงและการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ทำให้รายได้โฆษณาปรับลดลง 2.7%YoY ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าใบอนุญาตจ่ายต่อปี ต้นทุนช่องทีวีดิจิทัลที่เพิ่มเป็นสามช่อง (ช่องเด็ก, ช่อง SD, และ ช่อง HD)
- ด้านเรตติ้งของช่อง 3 ถือว่าปรับตัวดีขึ้นในเดือนล่าสุด พ.ค และมิถุนายน ช่องหลัก 3HD ยังคงอยู่อันดับสอง และช่อง3SD มีเรทติ้ง ขึ้นเป็นอันดับที่ 5 หลังนำละครดังที่ได้รับความนิยมมารีรัน
- บริษัทให้ความเห็นถึงแนวโน้มผลประกอบการใน 2H58 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก โดยบริษัทมีแผนในการปรับผังใหม่เพิ่มเรทติ้ง โดยมีการเพิ่มรายการวาไรตี้ กีฬาที่นิยมอย่างวอลเล่ยบอลชิงแชมป์โลก และละคร
ผลกระทบ / ความเห็น
- เราคาดกำไรใน 2H58 บังคงปรับลดลง YoY ต่อเนื่อง แม้แนวโน้มรายได้ใน 2H58 จะปรับตัวดีขึ้น จากครึ่งปีแรก ตามอุตสาหกรรมโฆษณาที่เริ่มมีการใช้งบสูงขึ้น แต่ผลจากการปรับผังรายการใหม่ที่หวังเพิ่มเรทติ้ง คาดว่าจะทำให้ต้นทุนทีวีดิจิทัลยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่อัตราค่าโฆษณายังมีแนวโน้มลดลง จากอัตราค่าโฆษณาต่อเรทติ้ง (CPRP) ที่สูงกว่าคู่แข่งอันดับ 3 – 4 ถึงเกือบ 30% ในขณะที่เรตติ้งบางรายการที่โดนถอนออกไปอย่างชิงร้อยชิงล้านที่ Workpoint TV ดึงกลับช่อง รายการใหม่ที่มาแทนเรตติ้งยังไม่สูงเท่า
คำแนะนำ / เหตุผล
เรามีมุมมองเป็นลบในระยะสั้นต่อหุ้น BEC เราคาดสถานการณ์การแข่งขันในอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลยังคงรุนแรง การปรับผังใหม่เพิ่มรายการเราคาดว่าทำได้ดีสุดเพียงรักษาเรตติ้ง อีกทั้งต้นทุนยังมีแนวโน้มสูงขึ้นกดดันประสิทธิภาพในการทำกำไร ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ราว 25 เท่า ซึ่งถือว่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง5ปีของกลุ่มบันเทิง






