ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้มีแรงขายออกมาในหุ้นกลุ่มพลังงาน กดดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวแคบๆ
ดัชนีตลาดปิดส่งท้ายสัปดาห์ที่ 1,428.79 จุด ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดปรับลดลง 11.33 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 3.19 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคระยะสั้นกลับมาเป็นลบ ต่างชาติมีแนวโน้มขายสุทธิต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง ตลาดรอการตัดสินใจของเฟดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือนกันยายนนี้หรือไม่ ปัญหาเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆ หลังดัชนีตลาดหลุดแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวที่ระดับ 1,450 จุด ทำให้ดัชนีตลาดเคลื่อนตัวอยู่ในช่องแนวโน้มขาลงระยะกลาง ปริมาณการซื้อขายลดลง ดัชนีตลาดมีทิศทางแกว่งตัวลงเข้าหาแนวรับของช่องแนวโน้มขาลงที่ระดับ 1,380 จุด
ดัชนีตลาดมีทิศทางแกว่งตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น 2) รอง ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่นปรับเมื่อดัชนีตลาดสามารถกลับขึ้นยืนปิดเหนือ 1,480 จุด ด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรอบล่างของช่องแนวโน้มขาลงทำหน้าที่เป็นแนวรับ และมีแนวรับ 161.8% Fibonacci Projection อยู่ที่ 1,357 จุด
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดแกว่งตัวแคบๆเข้าหาแนวรับของช่องว่าง (Closing the window) ที่ระดับ 1,417 – 1,424 จุด โดยมีจุดต่ำเก่าที่ 1,401 จุด เป็นแนวรับถัดไป เส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term Investor (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาลงชี้ว่าดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวอยู่ในแนวโน้มขาลง เส้น MMA2 ทำหน้าที่เป็นแนวต้านเมื่อดัชนีตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น
เมื่อนำหลักการ Golden Ratio มาวิเคราะห์หา Timing พบว่าเกิด Time Goal Day (TGD) ในวันที่ 17 สิงหาคม นี้ จึงควรติดตามว่าดัชนีตลาดจะพักตัวเพื่อลงต่อ หรือจะเกิดสัญญาณกลับตัวของดัชนีตลาด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณ RSI และ MACD เป็นบวก ขณะที่สัญญาณ Modified Stochastic เป็นลบ
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้ มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,436 – 1,442 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,423 – 1,417 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
แม้ดัชนีตลาดจะปรับตัวลดลงจนทำให้หุ้นหลายตัวปรับลดลงมามาก แต่ตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงจากทิศทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นขณะที่อุปสงค์ลดลง เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศไม่สดใส ทำให้ดัชนีตลาดมีความเสี่ยง จำเป็นที่จะต้องถือเงินสดอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ จึงจะเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมในขณะนี้









