วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 6 สิงหาคม 2558

ราคาน้ำมันดิบลดลง หลังปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลคงคลังสหรัฐพุ่งขึ้น และเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัว

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังอุปสงค์น้ำมันเบนซินและดีเซลในสหรัฐชะลอตัว โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ได้รายงานปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 811,000 บาร์เรล ไปแตะที่ 216.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 500,000 บาร์เรล ส่วนปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 709,000 บาร์เรล ไปสู่ระดับ 144.8 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐปรับเพิ่มขึ้น 52,000 บาร์เรล สู่ระดับ 9.465 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัว หลังดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) ไปอยู่ที่ระดับ 17,540.47 จุด ประกอบกับรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ที่เปิดเผยว่า สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 43.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน มิ.ย. ซึ่งสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 41.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมากกว่าคาดการณ์ที่ 42.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยยอดขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และอุปสงค์ต่างประเทศที่ซบเซา

- นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐ ในเดือน ก.ค. ที่ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 185,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 215,000 ราย และยังต่ำกว่าในเดือน มิ.ย. ที่เพิ่มขึ้นถึง 237,000 ราย

+ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบไม่ได้ปรับลดลงไปมากนัก เนื่องจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ก.ค. ปรับลดลง 4.41 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 455.28 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล ทางด้านปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุด ส่งมอบ คุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 542,000 บาร์เรล

+ ในขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจของจีนมีแนวโน้มดีขึ้น หลังมีการประกาศตัวเลขดัชนีภาคการบริการจีน (Caixin PMI) ในเดือน ก.ค. ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 53.8 จากเดือนก่อนหน้าที่ 51.8 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากประเทศจีนเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซินฝั่งสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับอุปสงค์ในภูมิภาคที่ยังค่อนข้างดี นอกจากนี้ตัวเลขปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังของญี่ปุ่นที่ลดลง 3 สัปดาห์ติดต่อกันมาอยู่ที่ระดับ 9.85 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันเบนซินอีกด้วย เนื่องจากช่วงนี้ญี่ปุ่นเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดน้ำมันดีเซลในภูมิภาคยังถูกกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาด หลังอุปสงค์ในภูมิภาคมีแนวโน้มชะลอตัวลง อย่างไรก็ดี อุปทานน้ำมันดีเซลจากตะวันออกกลางไม่ได้เข้ามากดดันในตลาดเอเชียมากนัก เนื่องจากมีการส่งออกไปทางยุโรปด้วย

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 45-50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาทิศทางเศรษฐกิจของจีนว่าจะเป็นเช่นไรต่อไป หลังตลาดหุ้นจีนกลับมาผันผวนหนักอีกครั้งหนึ่ง แม้ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจีนจะมีการระดมมาตรการต่างๆ เพื่อที่จะช่วยพยุงการดิ่งตัวของตลาดหุ้นแล้วก็ตาม ส่งผลให้นักลงทุนยังมีความกังวลกับสภาวะเศรษฐกิจของจีนต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายคาดว่ารัฐบาลจีนจะทุ่มเงินอีกครั้งหนึ่งเพื่อพยุงตลาดหุ้นที่ตกครั้งล่าสุดนี้ ซึ่งอาจจะทำให้มีนักลงทุนเข้าไปช้อนซื้อเพื่อทำกำไร ส่งผลให้ราคาหุ้นอาจจะสูงขึ้นแบบฟองสบู่ ซึ่งจะเกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจในระยะยาวได้ ทั้งนี้ จีนถือเป็นประเทศที่มีความต้องการใช้น้ำมันเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ดังนั้นหากเศรษฐกิจของจีนชะลอตัวก็จะทำให้ราคาน้ำมันถูกกดดันปรับลดลงไปได้

- ติดตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่ธนาคารกลางของสหรัฐ (FED) มีแนวโน้มว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐ ส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานซึ่งสิ้นสุดวันที่ 18 ก.ค. ลดลงแตะระดับต่ำที่ในรอบ 42 ปี ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวแข็งค่าขึ้นและส่งผลกดดันราคาน้ำมันดิบ

- บริษัทน้ำมันหลักหลายรายเตรียมประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2/58 ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับลดลงราว 40% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งอาจนำไปสู่แผนการปรับลดค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CAPEX) ของปีหน้าได้ แม้ว่าในปีนี้จะมีบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่หลายรายปรับลดค่าใช้จ่ายในการลงทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆที่ไม่จำเป็น รวมถึงลดจำนวนพนักงานลงไปบ้างแล้วก็ตาม ทั้งนี้ หากบริษัทผู้ผลิตน้ำมันมีการปรับลดแผนการผลิตน้ำมันเพิ่มเติม ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนไม่ให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงไปมากนัก

                                                                  -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999