กำไรในระยะสั้นดูธรรมดา แต่เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อหุ้นสะสม
ประเด็นการลงทุน
ในระยะสั้น MINT อาจจะยังดูไม่น่าตื่นเต้นมากเนื่องจาก รายได้เฉลี่ยต่อห้องของโรงแรมที่ดูด้อยกว่าคู่แข่ง อุตสาหกรรมเดียวกันและผลกระทบจาก dilution จากหุ้นปันผลต่อค่า EPS ปี 2558 อย่างไรก็เรา เรามองว่านี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว ในการเข้าซื้อสะสมในช่วงนี้ที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง โดยคาดการเข้าซื้อกิจการโรงแรมของบริษัทจะเริ่มให้ผลตอบแทนต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป โดยราคาปัจจุบันมีมูลค่าต่ำที่สุดในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่เราให้คำแนะนำ เราคงราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 (คิดด้วยวิธี DCF) อยู่ที่ 38 บาท (ต่ำกว่ามูลค่า DCF ที่ 5%, WACC = 8.5% และ Terminal Growth rate = 2%) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ
กำไรจากธุรกิจโรงแรมค่อนข้างดีแม้ว่ารายได้ต่อห้องพักรวมดูไม่ดี
รายได้ต่อห้องพักรวมคาดว่าจะลดลง 5% YoY ในไตรมาส 2/58 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 65% (เพิ่มขึ้น 4% YoY) แต่อัตราค่าห้องพักลดลง 11% YoY อัตราค่าห้องพักที่อ่อนตัวลงในไตรมาส 2/58 เกิดจากการลดลงของอัตราค่าห้องพักของโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง 9% และโรงแรมที่เป็นเจ้าของร่วม 50% (จากอัตราค่าห้องพักที่ต่ำลงของโรงแรม Sun International ในแอฟริกา และโรงแรม Tivoli ในบราซิลและโปรตุเกส) การลดลงของอัตราค่าห้องพักของโรงแรม Oaks (จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย) และการลดลงของอัตราค่าห้องพักของโรงแรมที่รับบริหาร (เนื่องจากมัลดีฟส์) แม้ว่าตัวเลขสถิติที่เกี่ยวข้องจะลดลงจากการเปิดตัวโรงแรมใหม่ แต่เราคาดกำไรหลักของธุรกิจโรงแรมเติบโต 9% YoY ในไตรมาส 2/58 จาก 2 เหตุผลหลัก ได้แก่ 1) รายได้จากโรงแรมที่เป็นเจ้าของเองคิดเป็น 52% ของรายได้ธุรกิจโรงแรมรวม มีอัตราการเติบโตที่ดีอยู่ที่ประมาณ 7% YoY 2) การเพิ่มขึ้นของจำนวนห้องโรงแรมในเครือจากการเข้าซื้อกิจการสองโครงการล่าสุด (โรงแรม Sun Interbaional และโรงแรม Tivoli) โดยส่งผลให้จำนวนห้องรวมเพิ่มขึ้น 27% YoY อยู่ที่ 16,774 ในไตรมาส 2/58
ยอดขายอาหารต่อสาขาเดิมติดลบในไตรมาส 2/5-ไม่สามารถต้านทานแนวโน้มขาลงของอุตสาหกรรม
ยอดขายอาหารต่อสาขาเดิมลดลง 1.6% YoY ในไตรมาส 2/58 (ติดลบล่าสุดเมื่อไตรมาส 1/57-จากเหตุการณ์การปิดกรุงเทพฯ) ยืนยันการบริโภคในไทยชะลอตัว อย่างไรก็ตามการขยายสาขายังคงดำเนินต่อไป โดยอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาอยู่ที่ 11.1% YoY ในไตรมาส 2/58 เราเชื่อว่า บริษัทน่าจะรักษาระดับอัตรากำไรคงที่ YoY จากการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น กำไรจากธุรกิจอาหารในไตรมาส 2/58 น่าจะทรงตัว YoY แม้ว่ายอดขายต่อสาขาเดิมจะติดลบ
คาดผลประกอบการไม่น่าสนใจในระยะสั้น
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/58 อยู่ที่ 650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY แต่ลดลง 70% QoQ จากผลของฤดูกาล ทั้งนี้ บริษัทมีฐานของผลประกอบการที่ค่อนข้างสูงในไตรมาส 2/57 และไตรมาส 1/58 ทจากกำไรพิเศษ 69 ล้านบาทในไตรมาส 2/57 (กำไรจากการลงทุนในโรงแรม Serendib,ศรีลังกาตามราคาตลาด) และ 650 ล้านบาทในไตรมาส 1/58 (กำไรจากการเข้าซื้อกิจการบริษัท Sun International) กำไรไตรมาส 3/58 น่าจะยังคงมีแรงกดดันจากโลว์ซีซั่น โดยกำไรน่าจะทรงตัว YoY และเพิ่มขึ้นปานกลาง QoQ
กำไรกลับมาแข็งแกร่งตั้งแต่ไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป
กำไรหลักในครึ่งปีหลังปี 2558 คาดคิดเป็น 55% ของที่เราประมาณการ (สอดคล้องกับตัวเลขใน 2 ปีที่ผ่านมา) กำไรในครึ่งปีแรกปี 2558 ยังไม่น่าสนใจ จากผลประโยชน์ของการเข้าซื้อกิจการ (โรงแรมในแอฟริกา, บราซิลและโปรตุเกส) จะค่อยๆเพิ่มขึ้น โดยในครึ่งปีหลังปี 2558 กำไรหลักของ MINT น่าจะกลับมาเติบโต 7% YoY และ 20% HoH เทียบกับการลดลง 11% HoH ในครึ่งปีแรกปี 2558 และโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย The Residences by Anantara ที่ลายัน จ.ภูเก็ต (ประกอบด้วยพูลวิลล่าหรู 15 หลังและมีมูลค่าโครงการ 5 พันล้านบาท) น่าจะทำให้มีอัพไซด์ต่อการประมาณการในไตรมาส 4/58







