คาดรายงานกำไรสุทธิ 2Q58 เติบโต 12%QoQ แต่ลดลง -16%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- คาด PTT จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q58 ที่ 2.54 หมื่นล้านบาท : ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิ2Q58 ที่ 25,382 ล้านบาท +12%QoQ, -16%YoY โดยธุรกิจก๊าซธรรมชาติมียอดขายทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากปริมาณความต้องการของลูกค้ากลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) เพิ่มขึ้นหลังมีการเปิดโรงไฟฟ้าในปลายปี 57 แต่ปริมาณความต้องการของโรงแยกก๊าซปรับตัวลงเนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซที่ 1 ในช่วงปลาย Q2 สำหรับธุรกิจโรงแยกก๊าซมีปริมาณขายก๊าซลดลงแต่ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวดีและต้นทุนก๊าซที่ปรับตัวลงทำให้กำไรเพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจขายปลีกน้ำมันปริมาณขายปรับตัวลงประมาณ 3% เนื่องจากหมดช่วงฤดูท่องเที่ยวและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่กำไรต่อลิตรปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากราคาขายปลีกเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบโลกได้อย่างเสรีมากขึ้นจากนโยบายรัฐ
- ธุรกิจโรงกลั่นในกลุ่ม PTT เป็นตัวหนุนกำไร : กำไรของธุรกิจโรงกลั่นปรับตัวดีขึ้นจากค่าการกลั่นที่ทรงตัวในระดับสูง และมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบหลังราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลใน 2Q58 แม้ว่ากำไรจากธุรกิจผลิตและสำรวจจะปรับตัวลงอย่างมากแต่กำไรจากธุรกิจโรงกลั่นสามารถชดเชยกำไรของธุรกิจผลิตและสำรวจที่ลดลงได้
- PTT ขายหุ้น BCP บันทึกกำไร 3.9 พันล้านบาทแต่มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.1 พันล้านบาท : ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา PTT ได้ขายหุ้น BCP ออก 27.22% ที่ราคาเฉลี่ย 36 บาท ทำให้ PTT มีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น BCP ประมาณ 3.9 พันล้านบาทคิดเป็นกำไรหลังภาษีที่ 2.3 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง 1.2 บาทต่อดอลลาร์ในไตรมาส 2 (PTT มีหนี้สกุลเงินดอลลาร์อยู่ที่ 1,744 ล้านดอลลาร์) ส่งผลให้ PTT ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 2.1 พันล้านบาท
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 400 บาท : แนวโน้มครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยเสี่ยงต่อ PTT ทั้งราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับต่ำ และกำไรของธุรกิจโรงกลั่นอาจไม่สดใสเท่าครึ่งปีแรกเนื่องจากค่าการกลั่นเริ่มอ่อนตัวลงในไตรมาส 3 และขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบ ส่งผลให้กำไรของ PTT อาจปรับตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยทำการประเมินมูลค่าด้วย Prospective PBV ที่ระดับ 1.60 เท่า คาดการณ์ Book Value per Share 252 บาท ได้ราคาเหมาะสมที่ 400 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”









