วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CPALL แนะนำซื้อ

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีอัตราการเติบโตของกำไร (EPS Growth)ปีนี้ 25%

และปีหน้า 25-26%ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่ดี และแม้การอุปโภคและบริโภคในประเทศจะชะลอตัวลง แต่ CPALLยังมียอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่องและมีแผนการเปิดสาขา 650 สาขา โดยไตรมาส 1 เปิดแล้ว 207 สาขา ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 

ในขณะเดียวกัน CPALL ได้ยื่น Filling เพื่อขายหุ้นMACRO ออกประมาณ 15-20% ซึ่งจะทำให้มีกระแสเงินสดเข้ามาเพื่อลดภาระหนี้สิน
ราคาเป้าหมายจากBloomberg consensusอยู่ที่ 50.17บาทและ IAA Consensusอยู่ที่ 53.25บาททางเทคนิค ถือว่าดีและหากราคาสามารถปิดเหนือ 48 บาทไปได้ จะทำ New high ต่อเนื่องไปอีก

ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้

ด้านต่างประเทศจีน ได้ประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ออกมาต่ำมากในรอบ15 เดือน โดยครั้งนี้ออกมาต่ำกว่า 50 เป็นเดือนที่ห้าติดต่อกันแล้วทำให้ตลาดมีความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีน และกระทบต่อประเทศในเอเชียที่มีการส่งออกไปจีน 

ส่วนยุโรปตัวเลข PMI ออกมาต่ำเช่นกัน แต่ยังยืนอยู่เหนือระดับ 50 เนื่องจาก ยังมีเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือQE ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

ด้านสหรัฐฯ จะต้องติดตามตัวเลข PMI ซึ่งหากออกมาดี จะกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve)ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นโดยจะมีการประชุมFOMCของFedในวันอังคารและพุธสัปดาห์นี้ ซึ่งปัจจุบันตลาดคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วที่สุดในเดือน กันยายน ซึ่งจะมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและตลาดหุ้นอย่างแน่นอนและสัปดาห์นี้เป็นช่วงกลางของการประกาศผลประกอบการ บริษัทจดทะเบียนฯ ในสหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมาโดยรวมออกมาไม่ค่อยดีนัก

ด้านไทย จะต้องติดตามการประกาศตัวเลขการส่งออกและนำเข้าและตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่น่าจะออกมาไม่ดีนัก ด้านผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนฯ โดยรวมน่าจะออกมาเสมอตัว

ส่วนปัญหาภัยแล้งยังเป็นปัจจัยกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจต่อไป และการที่ท่านรองนายกฯ มรว. ปรีดิยาธร เทวกุล ได้ออกมาบอกว่า เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกมีแนวโน้มการเติบโต GDP ได้ใกล้ ๆ 3%และกระทรวงการคลังกำลังจะปรับประมาณการณ์ GDP ปีนี้ จาก 3.8% เหลือ 3% ยังกดดันตลาดหุ้นต่อไป

ด้านการเลื่อนการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล จำนวน 7 แสนล้านล้านบาท ไม่น่าจะกระทบกับเศรษฐกิจ เนื่องจาก ปัจจุบันมีการเบิกจ่ายงบประมาณรวมไปแล้ว 80% จาก 2.75 ล้านล้านบาท และงบลงทุนไปแล้วกว่า 50% ซึ่งคาดว่าในเดือน กันยายน รัฐบาลจะสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ถึง 70%-80% ของยอดรวม 4.5 แสนล้านบาท และยังมีโครงการประมูล 4G อีก ที่จะเปิดประมูลในช่วงเดือน พฤศจิกายน ซึ่งเม็ดเงินลงทุนนี้ น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปีได้

ทิศทาง SET Index

มองตลาดหุ้นเป็นแนวโน้มขาลง ตามตลาดหุ้นภูมิภาคและตลาดโลก จากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกที่ตัวเลขส่วนใหญ่เป็นลบมองกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ ที่1,420-1,450 จุดโดยมองว่าไตรมาส 3 ตลาดหุ้นน่าจะดีขึ้นกว่านี้ จากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่น่าจะดีขึ้น จากฐานที่ต่ำในปี 57 และคาดว่าเศรษฐกิจ และตลาดหุ้น จะค่อย ๆ ดีขึ้น ในไตรมาส 4 ดังนั้น หุ้นที่ Turnaround หรือกำลังฟื้นตัวยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจ และสำหรับนักลงทุนที่อดทนรอซื้อหุ้นไม่ได้ ขอแนะนำลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ ที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงมาชดเชยในช่วงที่หุ้นไม่ไปไหน และหุ้นที่ราคาต่ำมาก ๆ เพื่อซื้อและถือในระยะยาว