วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (27 ก.ค.58)

เต็มไปด้วยปัจจัยลบ

คาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงจากข่าวลบทั้งในและนอกประเทศ ในประเทศสมาคมขนส่งทางเรือมีมุมมองเป็นลบมากกับการส่งออก ในขณะที่ปัจจัยภายนอกเป็นลบรวมทั้งการเลื่อนเจรจาความช่วยเหลือกรีซ ตัวเลขอุตสาหกรรมจีนที่ต่ำมาก และผลประกอบการบริษัทสหรัฐ จับตาตัวเลขส่งออกของไทยวันนี้

หุ้นเด่นวันนี้: CPALL (ราคาปิด 46.50 บาท, ราคาเป้าหมายบลูมเบิร์ก 50.17 บาท)

เราเลือก บมจ.ซีพีออลเป็นหุ้นเด่นวันนี้เนื่องจากเราเชื่อว่าเป็นหุ้นที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มพาณิชย์ด้วยกันเนื่องจากแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักอย่างดีและการเติบโตจากการเปิดสาขาใหม่ได้เรื่อยๆ แม้ว่าการบริโภคโดยรวมในประเทศไทยจะยังอ่อนแอและน่าจะเป็นอย่างนี้ไปอีกระยะหนึ่ง เราเชื่อว่าการเติบโตของร้านเดิมของ CPALL ก็ไม่น่าแย่มากนักเนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่วางในร้านสะดวกซื้อนี้ส่วนใหญ่เป็นสินค้าพื้นฐานและอาหารซึ่งเป็นสินค้าในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้อยู่แล้วและร้านค้าก็เข้าถึงได้โดยง่ายเนื่องจากมีอยู่ทุกที่ ง่ายกว่าพวกห้างสรรพสินค้าหรือโมเดิร์นเทรด ธุรกิจจึงน่าจะทนทานต่อเศรษฐกิจขาลง นอกจากนี้ยังช่องทางให้ขยายสาขาได้ทั่วประเทศหรือแม้แต่ในกรุงเทพเองก็ตาม ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ CPALL เตรียมขายหุ้น MAKRO ที่ถือในมือออกไปบางส่วน เราเชื่อว่าน่าจะขายออกไปราว 20% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 4 หมื่น ลบ. และน่าจะใช้เงินจำนวนนี้ลดหนี้ อย่างไรก็ดียังจะคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อยู่ทำให้ยังคงมีอำนาจบริการจัดการกลยุทธ์ของ MAKRO อยู่ เราคิดว่าจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการนี้ได้ราว 2 พัน ลบ.ต่อปีและน่าจะช่วยกระตุ้นกำไรของบริษัทได้ ตามการคาดการณ์ของบลูมเบิร์กกำไร CPALL น่าจะพุ่งราวถึง 25% ทั้งปีนี้และปีหน้า ด้านราคาของ CPALL ได้ ด้านราคาของ CPALL ยังคงแกว่งตัวในลักษณะ sideways ในกรอบ 45-48 บาท เป็นเวลาเกือบ 3 เดือน โดยที่ Price Pattern ของ CPALL ยังคงเกิด Daily Buy Signal ที่สะท้อนแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) โดยมีโอกาสเป็นไปได้หลายกรณี ในกรณีแรก Break ด้วยการปิดเหนือ 48 บาท นี่เป็นการบ่งบอกว่า Price Pattern ของ CPALL มีโอกาสที่จะเกิดการทำ New High ครั้งใหม่ โดยมีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 52 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 57 บาท แต่ในกรณีที่ Break ด้วยการปิดตลาดต่ำกว่า 45 บาท อาจจะเกิดการปรับฐานระยะสั้นอีกครั้งได้ ดังนั้นกลยุทธ์ในการลงทุนใน CPALL คือ 1) ซื้อ CPALL ตรงบริเวณนี้ โดยคาดหวังว่าจะเกิดการ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 48 บาท และตั้งจุด Stop Loss ไว้ที่ต่ำกว่า 45 บาท หรือ 2) รอซื้อ CPALL เมื่อสามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 48 บาท (แนวต้าน: 46.75, 47.00, 47.25; แนวรับ: 46.25, 46.00, 45.75)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• สศค. มั่นใจเศรษฐกิจเติบโตถึง 3% สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่ายอดส่งออกที่ลดลงยังถือว่าไม่แย่เท่าประเทศเพื่อนบ้านและแม้ส่งออกจะหดตัว สศค.ก็คาดว่าก็น่าจะเติบโตได้ 3% อยู่เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ มรว.ปรีดิยาธรคาดว่าเศรษฐกิจครึ่งปีแรกจะเติบโตใกล้ๆ กับ 3% ขณะที่ ก.คลังจะปรับลดลงจาก 3.8% เป็น 3% (Bangkok Post, TNN)


• มุมมองลบต่อการส่งออกสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่าถ้าส่งออกยังคงหดตัวต่อใน มิ.ย. สรท.จะลดคาดการณ์ส่งออกลงอีกหลังจากเดือนที่แล้วได้ปรับลดเป็น 2% ไปเป็นแล้ว เดิมคาดไว้โต 0% ก.พาณิชย์กำหนดจะว่าประกาศตัวเลขส่งออกในวันจันทร์และแหล่งข่าวจากกระทรวงกล่าวว่าน่าจะหดตัวราว 7% จากปีก่อนในเดือน มิ.ย. (Bangkok Post)

• โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพัทยา สนธยา คุณปลื้ม นักการเมืองได้วางแผนจะลงทุน 1.2 พัน ลบ.ในการสร้างสนามแข่งรถจักรยานยนต์ระดับโลกและสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณใกล้เคียงกับพัทยา คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 60 และน่าจะช่วยให้พัทยาเป็นศูนย์กลางของกีฬามอเตอไซค์และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนมากขึ้น (Bangkok Post)

• การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ICT กำลังจะเกิดขึ้น จำนวนทั้งสิ้น 18 โครงการในปีนี้และอีก 3 โครงการในปี 2560 มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 7.0 พันลบ. ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศพื้นฐานต่างๆ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในอนาคต (Bangkok Post)

• เดินหน้าเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อนุมัติข้อเสนอของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเพื่อเดินหน้าโครงการส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินในปัจจุบัน โดยในขั้นตอนต่อไปจะเป็นการเปิดประมูลเพื่อคัดเลือกผู้ดำเนินโครงการช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ (Bangkok Post)

• AP ยังคงเป้าหมายรายได้และยอด Presales ในปีนี้ไว้อยู่ที่ 2.53 หมื่นลบ. และ 2.83 หมื่นลบ. เติบโตจากปีที่แล้ว 10% และ 25% ตามลำดับ ถึงแม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบันรวมถึงการแข่งขันที่สูงในช่วงครึ่งปีหลัง โดยบริษัทเชื่อว่าจะได้ปัจจัยหนุนจากแผนการส่งเสริมการขายในทุกๆ ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ ประกอบกับความต้องการที่อยู่อาศัยที่ฟื้นตัวบางส่วนจากการลงทุนของภาครัฐ โดยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ AP วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 15 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2.4 หมื่นลบ. แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 4 โครงการ โครงการบ้านเดี่ยว 5 โครงการ และโครงการทาวน์เฮ้าส์ 6 โครงการ (Bangkok Post)

ต่างประเทศ:

• การเจรจาระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้เกี่ยวกับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ถูกเลื่อนไปอีก 2-3 วัน เนื่องจากปัญหาทางการเมือง นายกรัฐมนตรีกรีซ นายอเล็กซิส ซีปราส กำลังเผชิญการต่อต้านจากสมาชิกพรรคซีริซาของเขาซึ่งทำให้ต้องพึ่งเสียงจากพรรคฝ่ายตรงข้ามเพื่อที่จะผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา มีข่าวแพร่กระจายไปทั่วว่าอาจจะมีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนกันยายนหรือตุลาคมนี้ (Reuters)

• สมาชิกพรรคฝ่ายซ้ายของรัฐบาลบางคนต้องการให้กรีซกลับไปใช้เงินสกุลดรักมา ตามรายงานข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่ามีความวุ่นวายเกิดขึ้นในพรรคซีริซา (Reuters)

• คณะกรรมการพิจารณากำหนดอัตราดอกเบี้ยจะจัดการประชุมในวันพุธและพฤหัสนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกฉุดราคาหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และนักลงทุนผิดหวังในประมาณการกำไรสุทธิของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ หุ้นในกลุ่มพลังงานร่วงลงอย่างหนักหลังจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดของจีนและประเทศในเขตยุโรป นักลงทุนได้เทขายหุ้นหนักขึ้นหลังจากนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรคเดโมแครตจะเสนอให้เก็บภาษีกำไรจากการลงทุนระยะสั้นเป็น 2 เท่า (Reuters)

• กำไรสุทธิของบริษัทที่อยู่ในการคำนวณดัชนี S&P500 งวดไตรมาส 2/58 เป็นทั้งบวกและลบ 74% ของบริษัทมีกำไรสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์แต่มีเพียง 52% มีรายรับเกินกว่าความคาดหมายมากจากข้อมูลของ Thomson Reuters ดัชนี S&P500 ตอนนี้ถือว่าแพง ซื้อขายกันอยู่ที่ 16.9 เท่าของกำไรล่วงหน้า 12 เดือน สูงกว่าค่ากลาง 14.7 เท่า ตามข้อมูลของ StarMine (Reuters)


• มุมมองลบต่อการส่งออกสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่าถ้าส่งออกยังคงหดตัวต่อใน มิ.ย. สรท.จะลดคาดการณ์ส่งออกลงอีกหลังจากเดือนที่แล้วได้ปรับลดเป็น 2% ไปเป็นแล้ว เดิมคาดไว้โต 0% ก.พาณิชย์กำหนดจะว่าประกาศตัวเลขส่งออกในวันจันทร์และแหล่งข่าวจากกระทรวงกล่าวว่าน่าจะหดตัวราว 7% จากปีก่อนในเดือน มิ.ย. (Bangkok Post)

• โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพัทยา สนธยา คุณปลื้ม นักการเมืองได้วางแผนจะลงทุน 1.2 พัน ลบ.ในการสร้างสนามแข่งรถจักรยานยนต์ระดับโลกและสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณใกล้เคียงกับพัทยา คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 60 และน่าจะช่วยให้พัทยาเป็นศูนย์กลางของกีฬามอเตอไซค์และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนมากขึ้น (Bangkok Post)

• การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ICT กำลังจะเกิดขึ้น จำนวนทั้งสิ้น 18 โครงการในปีนี้และอีก 3 โครงการในปี 2560 มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 7.0 พันลบ. ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศพื้นฐานต่างๆ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในอนาคต (Bangkok Post)

• เดินหน้าเปิดประมูลรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อนุมัติข้อเสนอของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเพื่อเดินหน้าโครงการส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินในปัจจุบัน โดยในขั้นตอนต่อไปจะเป็นการเปิดประมูลเพื่อคัดเลือกผู้ดำเนินโครงการช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ (Bangkok Post)

• AP ยังคงเป้าหมายรายได้และยอด Presales ในปีนี้ไว้อยู่ที่ 2.53 หมื่นลบ. และ 2.83 หมื่นลบ. เติบโตจากปีที่แล้ว 10% และ 25% ตามลำดับ ถึงแม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบันรวมถึงการแข่งขันที่สูงในช่วงครึ่งปีหลัง โดยบริษัทเชื่อว่าจะได้ปัจจัยหนุนจากแผนการส่งเสริมการขายในทุกๆ ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ ประกอบกับความต้องการที่อยู่อาศัยที่ฟื้นตัวบางส่วนจากการลงทุนของภาครัฐ โดยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ AP วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 15 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2.4 หมื่นลบ. แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 4 โครงการ โครงการบ้านเดี่ยว 5 โครงการ และโครงการทาวน์เฮ้าส์ 6 โครงการ (Bangkok Post)

ต่างประเทศ:

• การเจรจาระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้เกี่ยวกับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ถูกเลื่อนไปอีก 2-3 วัน เนื่องจากปัญหาทางการเมือง นายกรัฐมนตรีกรีซ นายอเล็กซิส ซีปราส กำลังเผชิญการต่อต้านจากสมาชิกพรรคซีริซาของเขาซึ่งทำให้ต้องพึ่งเสียงจากพรรคฝ่ายตรงข้ามเพื่อที่จะผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา มีข่าวแพร่กระจายไปทั่วว่าอาจจะมีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนกันยายนหรือตุลาคมนี้ (Reuters)

• สมาชิกพรรคฝ่ายซ้ายของรัฐบาลบางคนต้องการให้กรีซกลับไปใช้เงินสกุลดรักมา ตามรายงานข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่ามีความวุ่นวายเกิดขึ้นในพรรคซีริซา (Reuters)

• คณะกรรมการพิจารณากำหนดอัตราดอกเบี้ยจะจัดการประชุมในวันพุธและพฤหัสนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกฉุดราคาหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และนักลงทุนผิดหวังในประมาณการกำไรสุทธิของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ หุ้นในกลุ่มพลังงานร่วงลงอย่างหนักหลังจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดของจีนและประเทศในเขตยุโรป นักลงทุนได้เทขายหุ้นหนักขึ้นหลังจากนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรคเดโมแครตจะเสนอให้เก็บภาษีกำไรจากการลงทุนระยะสั้นเป็น 2 เท่า (Reuters)

• กำไรสุทธิของบริษัทที่อยู่ในการคำนวณดัชนี S&P500 งวดไตรมาส 2/58 เป็นทั้งบวกและลบ 74% ของบริษัทมีกำไรสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์แต่มีเพียง 52% มีรายรับเกินกว่าความคาดหมายมากจากข้อมูลของ Thomson Reuters ดัชนี S&P500 ตอนนี้ถือว่าแพง ซื้อขายกันอยู่ที่ 16.9 เท่าของกำไรล่วงหน้า 12 เดือน สูงกว่าค่ากลาง 14.7 เท่า ตามข้อมูลของ StarMine (Reuters)


ยุโรป:

• หุ้นยุโรปร่วงทำจุดต่ำสุดใหม่สำหรับสัปดาห์เมื่อวันศุกร์ นำโดยหุ้นดาวเทียม SES หลังจากแถลงแนวโน้มรายรับลดลง หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ร่วงตามราคาแร่โลหะและราคาน้ำมัน(Reuters)

• ธุรกิจในยูโรโซนชะลอตัวอีกแล้ว ดัชนีรวม PMI ของ Markitสำหรับยูโรโซนในเดือน ก.ค. ลดลงมาอยู่ที่ 53.7 จากมิ.ย.ที่อยู่ที่ 54.2 ซึ่งสูงสุดใน 4 ปี ผลสำรวจของ Reuters มองว่าจะลดลงมาแค่เพียง 54.0 อย่างไรก็ตามดัชนีดังกล่าวถือว่ายืนอยู่เหนือ 50 มาได้ นับตั้งแต่กลางปี 2013 (Reuters)

เอเชีย:

• อุตสาหกรรมจีน หดตัวต่ำสุดในรอบ 15 เดือน จากรายงานในวันศุกร์ก่อให้เกิดความวิตกต่อการส่งออกของภูมิภาคเอเซีย ดัชนีเบื้องต้น Caixon / Markit PMI สำหรับภาคอุตสาหกรรมจีนในเดือน ก.ค. ลดลงมาอยู่ที่ 48.2 ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะอยู่ที่ 49.7 และต่ำสุดนับตั้งแต่เม.ย. 2014 นับเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่ดัชนีดังกล่าวต่ำกว่า 50 อันเป็นจุดแบ่งแยกการขยายตัวกับหดตัว(Reuters)

• อุตสาหกรรมญี่ปุ่นขยายตัวดี จากรายงานในวันศุกร์ ดัชนีเบื้องต้น Markit / Nikkei สำหรับภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 51.4 ในเดือน ก.ค. จาก 50.1 ในเดือน มิ.ย. บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวจากที่ตกต่ำลงในไตรมาสที่ 2/15 (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันปรับตัวเมื่อวันศุกร์ ในจุดที่ต่ำสุดนับแต่ มี.ค.และนับเป็นการลดลง 4 สัปดาห์ติดหลังตัวเลขเศรษฐกิจจีนอ่อนแอและมีการเพิ่มจำนวนของตัวเลขแท่นขุดเจาะ น้ำมันดิบเบรนท์เดือน ก.ย. ร่วงลง 65 เซนต์มาอยู่ที่ 54.62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ต่ำสุดนับแต่ 19 มี.ค. และถือว่าลดลง 4.3% ในรายสัปดาห์ ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐร่วง 31 เซนต์สู่ระดับ 48.14 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลแตะจุดต่ำสุดนับแต่ 31 มี.ค. หรือลดลง 5.5%(Reuters)

• ทองคำปรับขึ้นหลังจากร่วงกว่า 1% แตะจุดต่ำสุดตั้งแต่ปี 53 ในวันศุกร์ เพราะดอลลาร์ที่หล่นจากจุดสูงสุด และหุ้นสหรัฐที่ร่วงต่อ แต่ราคาโลหะมีค่ายังคงอยู่ในขาลงครั้งใหญ่ที่สุดรายสัปดาห์อยู่นับแต่ มี.ค. ทองคำตลาดจรปรับลง 0.5% สู่ 1,096.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในวันพฤหัส ทองคำล่วงหน้าส่งมอบ ส.ค. ปรับลง 0.8% สู่ 1,085.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)