วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 24 กรกฎาคม 2558

เวสต์เทกซัสปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนมีนาคม จากความกังวลในสภาวะอุปทานล้นตลาดของนักลงทุน

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสของสหรัฐได้ปรับตัวไปอยู่ในระดับต่ำที่สุดที่ระดับ 48.45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา จากความกังวลของนักลงทุนในสภาวะอุปทานล้นตลาด หลังจากวันก่อนหน้าปริมาณน้ำมันดิบคลงคลังของสหรัฐได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรล ประกอบกับการบรรลุข้อตกลงในโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน กับกลุ่ม 6 ประเทศมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน และ เยอรมนี ซึ่งจะทำให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านและสามารถส่งออกน้ำมันดิบไปยังตลาดโลกได้เพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศจีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐที่ได้ชะลอตัวลง และอาจส่งผลทำให้อุปสงค์ในการใช้น้ำมันดิบปรับตัวลดลง ล่าสุดตัวเลขส่งออกแร่ทองแดงและอะลูมิเนียมของประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยในการชี้วัดการเติบโตของประเทศจีน ได้ปรับตัวลดลงไปสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบสองสัปดาห์

+ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบได้ปรับลดลงอย่างจำกัด เนื่องจาก ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก ค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐที่อ่อนค่าลง โดยอ่อนค่าลงไปสู่ระดับ 1.0950 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ยูโร ซึ่งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดที่ซื้อขายกันด้วยเงินดอลลาร์ของสหรัฐ มีราคาต่ำลงในสายของนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นๆ

+ กระทรวงแรงงานของสหรัฐ ได้ประกาศตัวเลขผู้ขอรับสิทธิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐ พบว่ามีจำนวนลดลง 26,000 ราย มากกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 3,000 ราย โดยตัวเลขผู้รับสิทธิการว่างงานครั้งแรกได้ปรับตัวลงไปสู่ระดับ 255,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2516 และสะท้อนถึงอัตราการจ้างงานที่ยังคงเติบโตอยู่ในสหรัฐ ทั้งนี้ตัวผู้ขอรับสิทธิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ ได้ปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 เป็นต้นมา

- ทางด้านตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ได้ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นที่ 3 หลังดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงต่อเนื่อง ปิดที่ 17,731.95 จุด ลดลง 119.09 จุด หรือลดลงราว 0.67% การปรับตัวลดลง เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการของหลายบริษัทขนาดใหญ่ที่น่าผิดหวังอย่าง American Express และ Caterpillar

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ ถึงแม้ว่าอุปสงค์จากทางฝั่งสหรัฐจะปรับตัวสูงขึ้น หลังตัวเลขสต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐปรับตัวลดลง แต่อุปสงค์ในภูมิภาคเอเชียค่อนข้างจะอ่อนตัว ประกอบกับอุปทานที่เพิ่มสูงขึ้นจากโรงกลั่นในประเทศญี่ปุ่นได้มีการผลิตน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีอุปสงค์จากอุปทานในภูมิภาคยังค่อนข้างอยู่ในระดับสูง จากโรงกลั่นหลายแห่งได้กลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศอินเดียอยู่

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 48-53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 55-60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในวันที่ 28 – 29 ก.ค. ว่าจะมีมุมมองอย่างไรต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คงอยู่ในระดับต่ำใกล้ศูนย์มาตั้งแต่ปี 2551 โดยจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์โดยส่วนใหญ่พบว่า FED มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุมเดือน ก.ย. โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวแข็งค่าขึ้นและส่งผลกดดันราคาน้ำมันดิบ

- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสที่ปรับลดลงมาต่ำกว่าระดับ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน เม.ย. ส่งผลให้บริษัทขุดเจาะและผลิตน้ำมันมีแนวโน้มจะชะลอการขุดเจาะอีกครั้ง หลังจากในช่วงที่ผ่านมาที่ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับ 55 - 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ผู้ผลิตมีการเพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะขึ้นรวมทั้งสิ้นประมาณ 17 แท่น จากการคาดการณ์ของ Baker Hughes พบว่าในครึ่งปีหลังนี้ แท่นขุดเจาะน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลดลงโดยเฉพาะแหล่งบนบกและแหล่งในน้ำตื้น

- หลังจาก อิหร่านและกลุ่มชาติมหาอำนาจทั้งหกสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ได้ ล่าสุดสหประชาชาติมีมติเป็นเอกฉันท์ให้การรับรองข้อตกลงดังกล่าว โดยข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้ในอีก 90 วันขณะเดียวกันสหภาพยุโรปมีมติเห็นชอบข้อตกลงดังกล่าวเช่นกัน แต่จะยังคงไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจนกว่าจะเห็นความคืบหน้าจากรายงานของ IAEA ในวันที่ 15 ธ.ค. ในขณะที่สหรัฐข้อตกลงดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาคองเกรสสหรัฐ ที่มีกรอบระยะเวลา 60 วันในการพิจารณา ดังนั้นในระยะสั้น 1-2 เดือนนี้ อิหร่านจะยังคงไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบได้เพิ่มมากขึ้นมากนัก

- จับตาการเจรจาระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือจากกลุ่มประเทศยูโรโซนมูลค่า 8.6 หมื่นล้านยูโร หลังเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา รัฐสภากรีซได้มีมติอนุมัติร่างกฎหมายปฎิรูปเศรษฐกิจฉบับที่ 2 ทั้งนี้กรีซจะต้องเจรจากับเจ้าหนี้ให้ได้ก่อนวันที่ 22 ส.ค. 58 เนื่องจากมีกำหนดชำระหนี้มูลค่าราว 3.2 พันล้านยูโร

                                                      -----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999