สรุปสภาวะตลาดสหรัฐฯ และยุโรป (16-22 ก.ค. 2558)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปเคลื่อนไหวไม่ชัดเจน โดย DJIA -1.1%, DAX -0.2% และ FTSE -1.3% ขณะที่ CAC ฝรั่งเศส +0.7% นักลงทุนผิดหวังผลประกอบการ 2Q58 ของบริษัทจดทะเบียน ได้แก่ Apple, Microsoft ที่งบออกมาต่ำกว่าคาด นอกจากนั้นกลุ่มพลังงานยังปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบเป็นอีกปัจจัยลบต่อตลาด
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (16-22 ก.ค. 2558)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 5.8% พร้อมกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มกลับมามากขึ้น หลังทางการทยอยออกมาตรการเรียกความเชื่อมั่นในสัปดาห์ก่อน หุ้นที่ขอขึ้นเครื่องหมาย H เริ่มกลับมาซื้อขายมากขึ้น ทั้งนี้หุ้นขนาดเล็กขยับขึ้นเด่น ไม่ว่าจะเป็น ZTE Corp., Sanan Optoelectrics นอกจากนี้กลุ่มเดินเรืออย่าง Cosco Shipping ปรับตัวขึ้น เมื่อดัชนีค่าระวางเรือ BDI ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (16-22 ก.ค. 2558)
SET INDEX ปรับตัวลงหลุด 1,450 จุด ภาพรวมขาดทั้งปัจจัยบวก/ลบ ใหม่ กำหนดทิศทางการลงทุน อีกทั้งค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแรงต่อเนื่องกดดันจิตวิทยาการลงทุน เกิดแรงขายในหุ้นหลักอย่าง PTT รวมถึง BBL ที่รายงานกำไรสุทธิใน 2Q58 ออกมาต่ำกว่าคาด พร้อมส่งสัญญาณหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น กดดัน SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,447.84 จุด ลดลง 38.90 จุด หรือ -2.62% ณ วันที่ 22 ก.ค.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (24-29 ก.ค. 2558)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 17 แม้ว่า SET INDEX สัปดาห์ก่อนจะปรับฐานหลุดแนวรับหลัก 1,450-1,460 จุดลงไปทำการทดสอบแนวรับ 1,430-1,435 จุด การปรับฐานดังกล่าวเป็นผลจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจที่เสี่ยงเติบโตต่ำกว่า 3.0% จากผลกระทบของภัยแล้ง เป็นสำคัญ แต่เมื่อ SET INDEX ปรับฐานและเริ่มแกว่งกรอบแคบสร้างฐานบริเวณ 1,440-1,450 จุดได้ เราคาดว่า SET INDEX จะยังแกว่งในกรอบแคบระหว่าง 1,440-1,470 จุดไปสักระยะหนึ่ง เพียงแต่ปัจจัยที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนี้ไปคือ
- การปรับครม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ จะเป็นใครมาดูแลแทน และจะเกิดขึ้นเมื่อใด หากบุคคลที่เข้าดำรงตำแหน่งเป็นที่ยอมรับในเวทีโลกแล้ว เชื่อว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศจะกลับมาดีขึ้น สะท้อนจากมูลค่าการซื้อขายจะกลับมาหนาแน่นขึ้น
- การทยอยประกาศผลการดำเนินงาน 2Q58 ของหุ้นที่ไม่ใช่ธนาคารมากขึ้น หากโดยรวมออกมาใกล้เคียงหรือดีกว่าคาดจะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมของตลาดหุ้นไทย เพราะโอกาสที่จะปรับประมาณการลง และกดดันต่อ valuation ของภาพรวม SET INDEX จะเป็นไปอย่างจำกัด
- ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. รายงานโดย ธปท. โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการส่งออกจะสามารถชะลอการหดตัวได้มากน้อยเพียงใด หลังค่าเงินบาทอ่อนค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญในสัปดาห์หน้า คงหนีไม่พ้น การประชุมเฟด วันที่ 30 ก.ค. ณ ปัจจุบัน Bloomberg consensus คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25% แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความเห็นของเฟดต่อทิศทาง และช่วงเวลาที่เหมาะสมของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นเมื่อใดในช่วงที่เหลือของปีนี้
ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน เรายังคงแนะนำ “เลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว” เน้นการเก็งกำไรเป็นรายตัวที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 2Q58 จะเติบโตเด่น หรือมีเงินปันผลระหว่างกาลที่สูง เพื่อปิดความเสี่ยงจากภาวะตลาดที่ไร้ทิศทางในช่วงนี้
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามการประกาศงบ 2Q58 ของหุ้นที่ไม่ใช่ธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SCC
2. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. ธปท.รายงานวันที่ 31 ก.ค. ให้น้ำหนักกับภาคการส่งออก จะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวได้หรือไม่
3. ติดตามการประชุมเฟด วันที่ 30 ก.ค.
4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต-บริการ ของอียู/GDP ใน 2Q58 ของอังกฤษ-สหรัฐฯ/อัตราเงินเฟ้อ ญี่ปุ่น
-------------------------------------









