วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTTGC - ถือ

ไตรมาสที่แข็งแกร่งผ่านไปแล้ว;คาดผลประกอบการไตรมาส 3/58 อ่อนตัว

ประเด็นการลงทุน

แม้ว่าเรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมากขึ้น จากภาวะอุปทานตึงตัวซึ่งส่งผลให้ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีแข็งแกร่ง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอเลฟินส์) แต่เราเชื่อว่าราคาหุ้น PTTGC ในปัจจุบันซึ่งซื้อขายกันอยู่ที่ PER ปี 2558 ที่ 11 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 10.7 เท่าเล็กน้อย ได้สะท้อนประเด็นดังกล่าวไปแล้ว ดังนั้นเราแนะนักลงทุนรอโอกาสเข้าซื้อสะสมเมื่อส่วนต่างราคาอ่อนตัวลงหลังสิ้นสุดฤดูกาลหยุดซ่อมบำรุงโรงงานโอเลฟินส์และการเริ่มดำเนินงานของโรงงาน PX ใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558

คาดผลประกอบการไตรมาส 2/58 แข็งแกร่ง

เราคาดบริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/58 ที่ 8,904 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% YoY และ 58% QoQ หนุนจาก 1) บริษัทไม่มีรายจ่ายพิเศษในไตรมาสนี้ (มีบันทึกรายจ่ายพิเศษในไตรมาส 2/57) และ 2) กำไรจากสินค้าคงคลัง โดยหากไม่รวมกำไรจากสินค้าคงคลังจำวน 2.2 พันล้านบาทและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.1 พันล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 2/58 คาดว่าจะอยู่ที่ 7,771 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY และ 18% QoQ

ปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตของกำไรหลัก ได้แก่ 1) ปริมาณขายโอเลฟินส์ที่สูงขึ้น YoY (จากปริมาณวัตถุดิบอีเทนที่สูงขึ้นจาก PTT), 2) ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ที่สูงขึ้น (ทั้ง YoY และ QoQ), 3) ส่วนต่างราคา PX ที่สูงขึ้น (ทั้ง YoY และ QoQ) และ 4) ค่าการกลั่นตลาดที่สูงขึ้น YoY ทั้งนี้ อัตรากำไร EBITDA ของโอเลฟินส์ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับปกติที่ 28% ในไตรมาส 2/58 จาก 25% ในไตรมาส 2/57 และ 19% ในไตรมาส 1/58 เนื่องจากสัดส่วนการใช้วัตถุดิบก๊าซที่เพิ่มขึ้น (เป็น 92% ในไตรมาส 2/58 จาก 89% ในไตรมาส 2/57) และราคา HDPE ที่สูงขึ้น (สูงขึ้น 16% QoQ เป็น 1,330 เหรียญดอลลาร์/ตัน) เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในปี 2558 ขึ้น 3% อยู่ที่ 27, 460 ล้านบาท เพิ่อสะท้อนการประมาณการกำไรไตรมาส 2/58

คาดการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานและส่วนต่างราคาที่ลดลง จะกดดันกำไรไตรมาส 3/58

เราคาดกำไรหลักไตรมาส 3/58 อ่อนตัวลงทั้ง YoY และ QoQ จากปริมาณขายที่ลดลง (จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ตามแผน), ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลงและค่าการกลั่นตลาดที่ต่ำลง (หลังฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงในฤดูใบไม้ผลิสิ้นสุดลง และผลของโลว์ซีซั่น) ส่วนต่างราคา HDPE ยังคงแข็งแกร่งตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/58 ถึงปัจจุบันจากผลของฤดูกาลหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน มีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงเนื่องจากฤดูกาลหยุดซ่อมบำรุงโรงงานสิ้นสุดลงและช่วงโลว์ซีซั่นของอุปสงค์ ทั้งนี้ เราเชื่อว่าส่วนต่างราคา HDPE ไม่น่าจะหดตัวลงอย่างมากจากภาวะที่ค่อนข้างสมดุลของอุปสงค์และอุปทาน ในขณะที่ ส่วนต่างราคา PX คาดว่าจะลดลง QoQ ในไตรมาส 3/58 จากการเริ่มดำเนินการผลิตของโรงงาน PX ใหม่

ยังคงมีอัพไซด์ต่อการประมาณการกำไรจากส่วนต่างราคา HDPE ที่แข็งแกร่ง

ส่วนต่างราคา HDPE-แนฟทาเฉลี่ย YTD อยู่ที่ 775 เหรียญสหรัฐ/ตัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2557 ที่ 628 เหรียญดอลลาร์/ตัน อยู่ 14% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 549 เหรีญดอลลาร์/ตัน อยู่ 41% จากการปรับตัวดีขึ้นของอุปสงค์และภาวะตึงตัวของอุปทาน โดยหากส่วนต่างราคายังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเช่นนี้ น่าจะส่งผลให้ตลาดมีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มส่วนต่างราคา HDPE และส่งผลให้มีอัพไซด์ต่อการประมาณการกำไร